You are Here:







ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)

ผู้เขียน (อ่าน 4919 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

 

Northbridge

  • สมาชิกถาวร
  • - = เด็กรับรถ = -

  • 46
    กระทู้
ช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาว ที่ฝนมักจะเทลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
น่าจะเป็นที่หนักใจของชาว Detailer หรือชาว OCD (Obsessive Car Detailing) หลาย ๆ ท่าน
เพราะอย่างผมเป็นตัวยอย่าง ขับรถออกมาจากบ้าน เพิ่งล้างรถไม่นาน จะมาจอดที่คอนโด ฝนก็เทลงมาอย่างไม่ใยดีแล้ว หนำซ้ำ น้ำท่วมอีก



ขับลุยน้ำกันเป็นซาฟารีทัวร์กันเลยทีเดียวสำหรับทะเลสาบกรุงเทพทุกวันนี้

สถานที่อย่างคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ การล้างรถด้วย "2 Bucket Method" หรือ "Traditional car wash"
ด้วยสายยางฉีดน้ำนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ และกฏระเบียบหลาย ๆ ที่ ที่ไม่อนุญาติให้ลูกบ้านทำกิจกรรมดังกล่าวได้



ผมเองก็เป็นคนที่อยู่คอนโดมิเนียมในวันธรรมดา ใช้รถเกือบทุกวัน และ "เคย" ไม่เชื่อว่า การล้างรถด้วยวิธีที่ไม่ใช้สายฉีดน้ำ หรือไม่ใช้น้ำ
นั้นจะให้ผลลัพท์ที่ดี และปลอดภัยต่อผิวสีเคลียร์โค้ทของเราเหมือนกับ Traditional car wash ด้วย 2 bucket method ครับ

ช่วง 2 เดือนทีผ่่านมา ก่อนนอนทุกคืน ผมพยายามหาข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับการล้างรถโดยไม่ใช้น้ำ
ก็พบว่า จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่หลาย ๆ ขั้นตอน มันค่อนข้างจะขัด Sense
คนที่ถูกฝึกมาให้ล้างรถด้วยวิธีสองถังแบบดั้งเดิม ซึ่งผมก็เลยเริ่มต้นหาข้อมูลว่า การล้างรถด้วยวิธีเหล่านี้ (Waterless และ Rinseless)
นั้นจะมีโอกาสทำความเสียหาย สร้างริ้วรอยให้กับเคลียร์โค้ทของเราได้มากแค่ไหน จุดเริ่มต้นมาจากกระทู้นี้ของ Michael Stoops จาก MOL

http://www.meguiarsonline.com/forums/showthread.php?63411-For-those-who-are-still-on-the-fence-about-rinseless-waterless-washing#EEG8PThGSRECLrjH.97

กระทู้นี้ใช้ Meguiar's D114 ในการสาธิต และเขาได้ยกเอาตัวอย่างของรถสีแดงของภรรยาเขามาแสดงให้ดูว่า
รถที่ใช้งานเป็น daily และล้าง เช็ดโดยไม่ได้ใช้น้ำเลย ก็ยังสามารถคงสภาพที่ดีได้ไม่ต่างกับรถที่ถูกล้างด้วยวิธีดั้งเดิม

ผมเลยลองหาวีดีโอที่เกี่ยวกับวิธีการทำ Waterless / Rinseless Wash ศึกษาดู ก็พบว่า วิธี "Garry Dean Method"
ตามชื่อเลยก็คือ Detailer ชื่อ "Garry Dean" เป็นคนริเริ่มเผยแพร่ในชาแนลยูทูบของเขา น่าจะเหมาะกับผมที่สุด

https://www.youtube.com/watch?v=ZIm2JgXOBI8

วิธีของ Garry Dean คือใช้ 1 Bucket and many MF towels
ผมเคยอ่านวิธีของ Mike Phillips ใน Autogeek แนะนำให้ใช้ washmitt ปกติ และใช้สองถังล้าง เช่นเดียวกับการล้างปกติ
ซึ่งในสภาพของผม คอนโดฯ ผมมีตึกจอดรถต่างหาก การแบกน้ำสองถังขึ้นลงตึก ไม่น่าจะเหมาะสมแน่นอน ผมจึงเลือกวิธีของ Garry Dean



ผมเลือกใช้ Meguiars D114 เพราะดูจากแคทตาลอกแล้ว มี dilution ratio ที่บ้าบอที่สุดเมือ่เทียบกับหลาย ๆ ตัวที่มีขายอยู่
อัตราส่วน 1/128 สำหรับรถสกปรกมาก และ 1/256 สำหรับรถสกปรกปานกลางหรือล้างฝุ่นบาง ๆ
ดั้งนั้นก็จะติต่างได้ว่า น้ำยา 1 ฝา ประมาณ 25-30 ml คือประมาณ 1 ออนซ์ จะใช้ผสมกับน้ำประมาณครึ่งถังล้างปกติ (ถัง 1.5-2 แกลลอน)
ออกตัวเลยว่าผมเองเป็น fanboy ของผลิตภัณฑ์ Meguiars Detailer product อยู่แล้วด้วย ก็เลยไม่ลังเลที่จะเลือกซื้อขวดแบ่งมาลองใช้



หลังจากผสมแล้ว ก็เทเอาผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาดลงไปในถัง ผมเทลงไป 6 ผืน
หลังจากนั้นกรอกเอาน้ำยาที่ผสมแล้วเข้าขวดสเปรย์ในรูปครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาตวงในขวดขนาดเล็ก
ซึ่งตวงยากกว่าการตวงปริมาณมาก ๆ ในถังซักกางเกงในแบบนี้ เนื่องจาก dilution ratio มันน้อยมาก
สำหรับผมแล้วผมเลือกใช้อัตราส่วน 1/128 ทุกครั้ง เพราะไม่มั่นใจสภาพดินฟ้าอากาศไทย และฝุ่นถนนบ้านเราที่ไม่เคยปราณีใครครับ





สภาพรถก่อนล้าง ขับลุยฝนมา 1 ฝนกับสภาพถนนที่พร้อมจะกลายร่างเป็นคลองได้ทุกเมื่อ





หลังจากนั้นก็ทำตามป๋า Garry เลย คือฉีดน้ำยา Pre-Soak ให้ทั่วพาแนลที่จะล้าง และปล่อยให้น้ำยาจับตัวกับฝุ่นเป็นเวลาเล็กน้อย



หลังจากนั้นก็เอาขวดสเปรย์ไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย อย่าให้หมาให้แมวมาเตะล้มหรือเขี่ยเล่น
แล้วก็หยิบผ้าจากถังน้ำยาที่ผสมแล้วขึ้นมา บิดเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เลอะเทอะพื้นที่จอดรถจนเกินไป  จะพับกี่ทบ พับยังไงก็ตามถนัด
พับแล้วก็อย่าลืมแล้วกันครับว่าพับไปกี่หน้า แล้วต้องกลับใช้กี่หน้าถึงจะเปลี่ยนผ้า



หลังจากนั้นก็ใช้ผ้า ทีละหน้า ลูบผ่านผิวรถ อย่างเบามือ
พอลูบจนครบแล้ว ก็อาจจะกลับมาดูผ้าหน่อยว่าถ้าสกปรกแล้ว อาจจะกลับหน้าไปใช้หน้าอื่นต่อครับ



น้ำยาจะเทพแค่ไหนก็อย่าชะล่าใจความร้อนของประเทศนี้ครับ รีบเช็ดออกให้เรียบร้อย ก่อนจะแห้ง
การเช็ดแห้งให้ระมัดระวังนิดนึง เพราะน้ำที่อยู่บนผิวรถ อาจจะยังมีขี้ดินขี้ฝุ่นปนอยู่
และแน่นอน ควรกลับผ้าบ่อย ๆ ด้วยครับ ส่วนผ้า ผมชอบใช้แบบที่เป็น Plush (ขนเยอะ ๆ หนา ๆ ค่ากรัมต่อตารางเมตรเยอะ ๆ)
เพื่อความปลอดภัย เพราะเรากำลังเช็ดน้ำที่อาจจะมีฝุ่นผงอยู่มาก ถ้าใช้ผ้าแบบ waffle weave มันอาจจะดูดฝุ่นดูดผงสู้ผ้าขนฟูๆไม่ได้ครับ
(อันนี้เป็นความเชื่อส่วนตัว ใครสะดวกถนัดแบบไหน ก็ใช้ตามนั้นเลยไม่ว่ากัน)





เช็ดแล้วอาจจะมีคราบน้ำนิดหน่อย อย่าไปตึงเครียดมาก กลับมาเช็ดด้วย Quick Detailer ต่อได้ หรือจะไล่เก็บให้หมดในตอนนี้เลยก็ได้



tadaaaa  :boy19: เสร็จแล้ว 1 พาแนล (ใช้เวลานาน เพราะมัวแต่ถ่ายรูป)



ก้มลงมาทำประตูบ้าง สังเกตได้ว่า น้ำยา D114 นี้เวลาฉีดลงผิวแล้ว ค่อนข้างจะเกาะกับผิวรถ ไม่ค่อยไหลหยดลงพื้นเลยครับ



เวลาลากผ้าไปบนพื้นผิวในแต่ละพาส พาสแรกเราอาจจะลากเต็มผืน แต่ในพาสถัดไป เราอาจจะยกด้านหน้าของผ้า (leading edge)
ออกจากผิวรถ เพื่อให้ได้ใช้งานผ้าให้เก็บเอาฝุ่นผงขึ้นมาได้เต็มผืนมากขึ้นครับ อย่างอันนี้ จะสังเกตว่าผ้าจะเปื้อนแต่ช่วงกลาง ๆ ผ้า
เพราะว่าช่วงกลาง ๆ ผ้า ใช้ลูบในส่วนล่างของพาแนลนี้ ทำให้มันเปื้อนมากกว่าส่วนขอบ ๆ ที่ใช้ลูบด้านบนพาแนลนั้นเอง



ไหนลองดูความแตกต่าง



หลังจากใช้ผ้าจนครบหน้า (กลับตามที่ได้พับไว้ตั้งแต่แรก) แล้ว ก็ให้แยกผ้าที่ใช้แล้วออก ห้ามนำกลับไปจุ่มลงในถังที่เราเตรียมมาเด็ดขาด
รวมถึงระหว่างเช็ด ระหว่างล้าง ก็ห้ามเอาผ้าโยนกลับลงถังมันด้วย (ถึงได้บอกไว้ตอนแรกว่า ไม่ต้องบิดจนหมาดมากนัก)
ไม่งั้นแล้ว วิธี "One bucket and many MF towels" นั้นจะเสียเปล่า ไม่มีประโยชน์ทันที เพราะกลายเป็นว่าเราเอาฝุ่นผงที่เราล้างมา
เอากลับไปใส่ถังล้างอีกรอบนั้นแหละครับ

หลังจากที่ทำตามขั้นตอนข้างต้น จนครบทุก ๆ พาแนลแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาไล่เก็บตามซอกขอบประตู
เนื่องจากการล้างแบบ Rinseless นั้น ไม่ได้มีการฉีดแรงดันน้ำเข้าไปตามซอกประตู จึงไม่ควรละเลยในการทำความสะอาดตามซอกมุมต่าง ๆ

การล้าง โดยที่ยังเหลือคราบดินโคลนอยู่ในซอกหลืบประตู ผมคิดว่าเหมือนคุณไปตัดสูททักซีโดอย่างหรูมา ใส่ไปออกงาน แต่ทำกาแฟหกใส่
สูทตัวเก่งของคุณนั้นแหละครับ งานจะเนี้ยบแค่ไหน แต่มีเปื้อนนิดหน่อย มันก็จะสปอยความงามโดยรวมไปได้



ขอบประตู ช่วงนี้ กรุงเทพฝนลงหนัก ผมขับรถลุยแอ่งน้ำมาเยอะ เลยเละอย่างที่เห็น



วิธีก็สเต็ปเดียวกับพาแนลด้านนอกครับ ลูบผ้าเปียกไป ลูบเสร็จก็เช็ดด้วยผ้าแห้ง



หลังจากนั้นเราก็จะมาล้างล้อกันครับ ขั้นตอนนี้จริง ๆ แล้วตามหลักควรจะเริ่มก่อน แต่ผมไม่ทำเพราะ ... ขี้เกียจ
ที่บอกว่าเราควรจะล้างล้อก่อน ก็เช่นเดียวกับการล้าง Traditional method ครับ เนื่องจากมันเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด
ดังนั้นมีโอกาสที่ส่วนที่สกปรกที่สุด อาจจะมีเศษดินกระเซ็นโดนพาแนลที่ล้างแล้วได้ จึงแนะนำให้ล้างก่อน แต่ถ้าจะล้างทีหลัง
แล้วแน่ใจว่ามันจะไม่กระเด็นโดนพาแนลอื่น ก็แล้วแต่สะดวก เช่นเดียวกับการล้างของเราในวันนี้เลย

วิธีการล้างล้อสไตล์ Rinseless wash ผมก็ยังคงอ้างอิงจากวิธีของ Garry Dean และมาปรับใช้ เช่นเคย ตามคลิปวีดีโอนี้

https://www.youtube.com/watch?v=AovyPjRdtaQ

ใจความสำคัญก็คือสลายฝุ่นผงบนล้อด้วยน้ำยา All purpose cleaner และ ล้างมันออกด้วยน้ำยา Rinseless ครับ



เริ่มด้วยฉีดน้ำยา All Purpose Cleaner (APC) ที่ละลายน้ำมาแล้วตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ให้ทั่วล้อ แต่ในนี้ ผมฉีดน้ำยา Rinseless wash ผสม ๆ ไปด้วย เพื่อไม่ให้มันแห้งเกินไป



หลังจากนั้นใช้แปรงขนปานกลาง ปัด ๆ ไล่ฝุ่นดิน ทั้งบนซี่ล้อ รูน็อต และแก้มยางครับ



เสร็จแล้วก็ฉีดน้ำยา Rinseless ตามเพื่อล้างคราบน้ำยา APC ออก



เสร็จแล้วใช้ผ้าแห้ง (แยกสำหรับใช้กับล้อเท่านั้น) เช็ดตามอีก เป็นอันเสร็จ

หลังจากนั้นก็ลง Tire dressing กันครับ ผมเลือกใช้วิธีใช้ detailing brush ในการทาน้ำยา Tire dressing
ในที่นี้ ผมเลือกใช้ Meguiars Hyper Dressing (D170) ละลายน้ำ 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ เหตุผลที่เลือกใช้ เพราะ... มันถูกดีครับ
แล้วก็ผมชอบน้ำยาสูตรน้ำ ไม่เน้นเงามาก เอาดำ ๆ ด้าน ๆ ตัวนี้ตอบโจทย์ละ ความทนทานช่างมัน เพราะล้างทุกสัปดาห์อยู่แล้ว



ฉีดน้ำยาลงแปรง ผมใช้แปรงล้างล้อเมื่อกี้นี้แหละ สะบัด ๆ ฉีดน้ำล้าง ๆ แล้วก็พ่นน้ำยา Tire dressing อัดเข้าไปเลย แล้วทาลงบนแก้มยาง
ในลักษณะเหมือนระบายสี ให้ทั่วทั้งขอบล้อ ก็จะได้สภาพแก้มยางที่เยิ้ม ๆ น้ำยาแบบนี้ ไม่เป็นไครับ ทิ้งไว้ แล้วกลับไปทำอีก 3 ล้อที่เหลือ



หลังจากละเลงระบายน้ำยาจนครับ 4 ล้อแล้ว ให้กลับไปที่ล้อแรกที่เราเริ่มทำ
ใช้ฟองน้ำเก่า ๆ หรือจะใช้ผ้าไมโครก็ได้เช่นกัน ลูบเอาน้ำยาส่วนเกินออก หลังจากนั้นก็ชื่นชมผลงาน แล้วก็ไปทำให้ครบทั้งสี่ล้อเสีย




หลังจากนั้น ลองเอาไฟส่องหา Swirl ดูสิ ว่ามันมากับ Rinseless wash ไหม ?



ก็ไม่นะ ....








สรุป:

ผมเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา เพื่อรวบรวมสิ่งที่ผมได้อ่าน ได้ทดลองทำมา (สองสามครั้ง) และส่วนหนึ่งคือความเห่อน้ำยา D114 มาก
เพราะจากเดิมที่เคยไม่เชื่อว่าการทำ Rinseless wash จะปลอดภัย ก็ได้เปลี่ยนความคิดหลังจากการค้นคว้า หาคำตอบ
จนกระทั่งได้ทดลองทำเองอย่างที่เห็นนี้

อย่างไรก็ดี วิธีที่กล่าวมา ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากการล้างปกติที่เราคุ้นเคยนั้นคือ "การล้าง ด้วยการฉีดน้ำ"
ซึ่งทั่วถึง และซอกซอนตามซอกซุ้มล้อและส่วนอื่น ๆ ของตัวรถได้ดีกว่าการ "ลูบแล้วเช็ด" แบบในกระทู้นี้
ซึ่ง หากนำไปใช้กับรถที่สกปรกมาก เช่นลุยโคลนตามป่าเขา หรือดินโคลนถนนลูกรังมาหนักๆ ก็ยังคงถือว่าไม่เหมาะสมอยู่ดี

สภาพการใช้งานที่เหมาะสมนั้นคือรถที่ใช้งานบนถนนลาดยาง หรือเทปูน ที่มีคราบฝุ่นถนนเกาะอยู่พอประมาณ
หากเป็นรถที่เคย wax หรือเคลือบอะไรมาก่อนแล้ว จะยิ่งทำให้งานง่าย และปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากคราบฝุ่นดินจะหลุดออกได้โดยง่าย
หรือใครจะนำวิธีนี้ ไปใช้เป็นการล้างเพื่อบำรุงรักษาระหว่างรอบ เช่นปกติาอาจจะล้างรถ 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์
แต่เจ้ากรรม ฝนดันตกวันที่ล้างรถ หลังฝนตกแล้ว เราอาจทำ Rinseless wash ต่อได้อย่างปลอดภัย
และช่วยเพิ่มวันที่รถเราจะเงางามไฉไลเหมือนเพิ่งออกจากคาร์แคร์ไปได้อีกหลายวันด้วย

สุดท้าย ใครที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ ผมก็คงต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเนื้อหาค่อนข้างยาว
และหวังว่าท่านจะได้ประโยชน์จากกระทู้นี้ ไม่มากก็น้อย สวัสดี...

----------//////////----------
 

Re: แชร์การทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 16:25:39 »
 

notinham

  • สมาชิกถาวร
  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 881
    กระทู้
 :mon18: :mon18: :mon18: :mon17:
ในส่วนตัวที่เคยทำนะครับ ถ้ากรณีเลอะมากๆ
แล้วยิ่งวิ่งข้ามต่างจังหวัดด้วย สถานที่ก่อสร้าง ทำถนน
ถนนลูกลังหน้าฝน ใช้วิธีนี้สะอาดออกไม่หมดเท่ากับล้าง
ไม่ว่าจะใช้น้ำยาตัวไหนค่ายไหน แต่ถ้ากรณีวิ่งใน กทม.
อย่างเดียว วิธีนี้ไม่ค่อยมีปัญหาสะอาดจบงานไวและประหยัดน้ำ
 

Re: แชร์การทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 16:38:20 »
 

Northbridge

  • สมาชิกถาวร
  • - = เด็กรับรถ = -

  • 46
    กระทู้
:mon18: :mon18: :mon18: :mon17:
ในส่วนตัวที่เคยทำนะครับ ถ้ากรณีเลอะมากๆ
แล้วยิ่งวิ่งข้ามต่างจังหวัดด้วย สถานที่ก่อสร้าง ทำถนน
ถนนลูกลังหน้าฝน ใช้วิธีนี้สะอาดออกไม่หมดเท่ากับล้าง
ไม่ว่าจะใช้น้ำยาตัวไหนค่ายไหน แต่ถ้ากรณีวิ่งใน กทม.
อย่างเดียว วิธีนี้ไม่ค่อยมีปัญหาสะอาดจบงานไวและประหยัดน้ำ

เลอะมาก ๆ ต้องล้างใหญ่อยู่แล้วครับ อันนี้คือในกรณีที่แค่วิ่งเจอฝนระหว่างทามาเล็กน้อยเท่านั้นเอง เสียดายงานที่เพิ่งล้างไป ก็เลยต้องกลับมาล้างอีกครับ 555

กระทู้ยาวนิดนึง ผมอัพเรื่อย ๆ ฮะ
 

Re: แชร์การทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 16:54:36 »
 

notinham

  • สมาชิกถาวร
  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 881
    กระทู้
:mon18: :mon18: :mon18: :mon17:
ในส่วนตัวที่เคยทำนะครับ ถ้ากรณีเลอะมากๆ
แล้วยิ่งวิ่งข้ามต่างจังหวัดด้วย สถานที่ก่อสร้าง ทำถนน
ถนนลูกลังหน้าฝน ใช้วิธีนี้สะอาดออกไม่หมดเท่ากับล้าง
ไม่ว่าจะใช้น้ำยาตัวไหนค่ายไหน แต่ถ้ากรณีวิ่งใน กทม.
อย่างเดียว วิธีนี้ไม่ค่อยมีปัญหาสะอาดจบงานไวและประหยัดน้ำ

เลอะมาก ๆ ต้องล้างใหญ่อยู่แล้วครับ อันนี้คือในกรณีที่แค่วิ่งเจอฝนระหว่างทามาเล็กน้อยเท่านั้นเอง เสียดายงานที่เพิ่งล้างไป ก็เลยต้องกลับมาล้างอีกครับ 555

กระทู้ยาวนิดนึง ผมอัพเรื่อย ๆ ฮะ
อัพเรื่อยๆเลยครับ ไม่ค่อยมีreview rainseless/waterless
เท่าไหร่ คนลังเลจะได้เห็นว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ถ้าศึกษามาดีและลงมือทำ    :mon18: :mon18::mon17:
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 21:09:55 »
 

Spider

  • รับสอน การขัด การใช้เครื่อง ฟรี!!!
  • Moderator
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • *
  • 2,272
    กระทู้
  • Line ID : tanathat55
เยี่ยมครับ

 :mon17: :mon17: :mon17:
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 21:41:48 »
 

Tattape

  • - = เด็กล้างรถ = -
  • *
  • 61
    กระทู้
สุดยอดครับท่าน  :mon18:

rinseless กับ waterless มันจะมีจุดวัดใจบางๆอยู่ครับ ถ้าใครข้ามได้ก็จะกล้าใช้ครับ

ผมก็ลังเลอยู่นาน พอใช้เท่านั้นแหละ ติดใจเลย 555

ทีนี้มันมีอีกศาสตร์นึงครับ เค้าจะใช้ ฟองน้ำ big red sponge ครับ ลองดูตามนี้ครับ คิดว่าไงกันบ้างครับ
https://www.youtube.com/watch?v=Pwki2c21pBw&t=23s

 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 21:49:52 »
 

Northbridge

  • สมาชิกถาวร
  • - = เด็กรับรถ = -

  • 46
    กระทู้
สุดยอดครับท่าน  :mon18:

rinseless กับ waterless มันจะมีจุดวัดใจบางๆอยู่ครับ ถ้าใครข้ามได้ก็จะกล้าใช้ครับ

ผมก็ลังเลอยู่นาน พอใช้เท่านั้นแหละ ติดใจเลย 555

ทีนี้มันมีอีกศาสตร์นึงครับ เค้าจะใช้ ฟองน้ำ big red sponge ครับ ลองดูตามนี้ครับ คิดว่าไงกันบ้างครับ
https://www.youtube.com/watch?v=Pwki2c21pBw&t=23s

วิธีอันนี้เป็นแบบแรก ๆ เลยที่ผมไล่ดู ดูหลายรอบมากครับมตดสินใจว่าจะไม่ลอง เพราะทำใจลองใช้ไม่ได้ ในสมองผมถูกสอนมาว่า ฟองน้ำมันสู้ washmitt ไม่ได้มาตั้งแต่แรกน่ะนะครับ 555
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 22:01:37 »
 

joe199

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 30
    กระทู้
 :mon17: สุดยอดมากๆเลยครับ
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 15 ตุลาคม 2017, 23:46:25 »
 

Mr.big

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 16
    กระทู้
น้ำยาหาซื้อที่ไหนครับ..เหมาะกับผมมาก
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 06:36:22 »
 

notinham

  • สมาชิกถาวร
  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 881
    กระทู้
สุดยอดครับท่าน  :mon18:

rinseless กับ waterless มันจะมีจุดวัดใจบางๆอยู่ครับ ถ้าใครข้ามได้ก็จะกล้าใช้ครับ

ผมก็ลังเลอยู่นาน พอใช้เท่านั้นแหละ ติดใจเลย 555

ทีนี้มันมีอีกศาสตร์นึงครับ เค้าจะใช้ ฟองน้ำ big red sponge ครับ ลองดูตามนี้ครับ คิดว่าไงกันบ้างครับ
https://www.youtube.com/watch?v=Pwki2c21pBw&t=23s
เคยลองใช้ลักษณะนี้ ผมว่าสู้แบบผ้าหลายผืนไม่ได้
ถึงฟองน้ำจะออกแบบมาหรือตัดมาเป็นพิเศษ
แต่โอกาสที่หน้าสัมผัสของฟองน้ำกับฝุ่นหรือคราบสกปรกมาถูโดนตัวรถเป็นรอยสูงกว่าผ้า
เพราะใช้ฟองน้ำเพียงอันเดียวตลอด และไม่ได้เป็นการล้างแบบปกติ
ที่ใช้น้ำสองถังสายยางมาฉีด แต่ผ้าล้างวิธีนี้เช็ดสกปรกแล้วเปลี่ยนผืน
โอกาศรอยน้อยกว่าเท่าที่ผมลองมานะครับ  :boy19:
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 08:53:49 »
 

almera2017

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 26
    กระทู้
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลการรีวิวให้ดูแบบละเอียดยิบเลย  :mon18: :mon18:
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 09:51:50 »
 

soonchawal

  • CAR CARE PRODUCT FR U.S.A. 084-154-9655
  • TWCC Certified Trader
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • ******
  • 4,934
    กระทู้
  • สุนทร โทร 084-154-9655
สุดยอด review ด้วย Garry Dean method นี้ครับ
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 11:20:37 »
 

somlee

  • สำลี
  • Moderator
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • *
  • 1,174
    กระทู้
ยอดเยี่ยมมากครับ :mon17:
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 13:27:24 »
 

Northbridge

  • สมาชิกถาวร
  • - = เด็กรับรถ = -

  • 46
    กระทู้
ขอบคุณทุกท่านมากนะครับ และ moderator ที่อุตส่าห์เอาปักหมุดไว้เลย

ผมเอง ได้ความรู้จากที่นี่ไป เวิร์คช็อปก็เคยไปของเขาฟรี ก็เลยมีความรู้สึกอยากเป็นผู้ให้บ้าง

ถ้ามีโอกาส จะมาแชร์วิธีการอื่น ๆ ที่ผมเรียนรู้กันให้ได้ชมอีกครับ :mon11:

 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2017, 13:55:22 »
 

kachan

  • - = เด็กล้างรถ = -
  • *
  • 99
    กระทู้
 :mon17: :mon17: :mon17:
 

Re: ขั้นตอนการทำ Rinseless Wash (ล้างรถไม่ฉีดน้ำ)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 17 มกราคม 2018, 09:16:12 »
 

ampharz

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 2
    กระทู้
น่าสนใจมากค่ะ เสียดาย แถวบ้านดินแดงเพียบ :mon14: