You are Here:







ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning

ผู้เขียน (อ่าน 7658 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
ล้างเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ  สำหรับรถคันนี้ หลังจากล้างคันอื่นไปหลายคันแล้ว  อุปกรณ์ที่ใช้ ก็มีเจ้า K'A'RCHER SC1122 ขนาดความจุ1.2 ลิตรของหม้อต้ม  + น้ำยาล้างห้องเครื่อง  +แปรงทาสีขนาด2นิ้ว +ผ้าเช็ด2ผืน
ก่อนล้างห้องเครื่อง ต้องพักเครื่องให้เย็นลงเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้น อาจะเป็นอันตรายต่อตัวเราได้ จากความร้อนของเครื่องยนต์

  ขั้นตอนการทำ ผสมน้ำยาล้างห้องเครื่อง ตามกำหนดของฉลาก 1ต่อ5 แล้วฉีดให้ทั่วห้องเครื่อง ทิ้งไว้5นาที เพื่อให้น้ำยาเข้าไปละลายคราบฝังแน่น ของเขม่าดำ และคราบฝุ่นที่เกาะกันหนาแน่น
  หลังจากนั้น จัดการ steam ทุกซอกทุกมุม โดยมีแปรงทาสีเป็นผู้ช่วย พ่นไปปัดไป และเช็ดไป ให้ทั่ว ดีแล้ว  steam อีกเครื่องเพื่อเก็บรายละเอียดงาน รวมถึงเช็ดไปในตัวด้วย ทุกซอกทุกมุม เป็นที่พอใจ  เป็นอันเสร็จพิธี

***หากใครมีข้อสงสัยในการใช้งานเครื่อง steam cleanning  รุ่นนี้ สอบถามได้ครับ การใช้งานเครื่อง steam สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้ กรณีต้องการเติมน้ำ ควรให้น้ำในหม้อต้มหมดก่อน (โดยดูจากสัญญาณไฟเตือนตรงเครื่อง steam ) เมื่อน้ำหมดแล้วไฟเตือน ไอน้ำจะเริ่มน้อยลงและควรปิดสวิทเครื่องกอ่น และให้กดปืนเพื่อปล่อยไอ้นำและแรงดันในหม้อต้มออกจนหมด  การเปิดฝาหม้อเติมน้ำ  ควรให้แรงดันในหม้อออกไปจนหมดเสียก่อน (ถ้าในหม้อต้ม ยังมีแรงดันอยู่ จะไม่สามารถเปิดฝาได้ เพราะเป็นฝานิรภัย จะล็อคอัตโนมัตเมื่อมีแรงดันอยู่ในหม้อต้ม เมื่อแรงดันออกหมดแล้วถึงหมุนเพื่อเปิดเติมน้ำได้  และทำการเปิดสวิทต้ม รอประมาณ6นาที สามารถใช้งานต่อได้ :boy19: :boy19: :boy19:

 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 26 มกราคม 2015, 09:50:34 »
 

Tongsom

  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 917
    กระทู้
ก่อนล้างห้องเครื่อง ต้องพักเครื่องให้เย็นลงเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้น อาจะเป็นอันตรายต่อตัวเราได้ จากความร้อนของเครื่องยนต์

รอนานแค่ไหนครับ
ราคาค่าล้าง เท่าไหร่ครับ บอกได้ไหม
แค่ทุกวันนี้ 100 นึง ยังบ่นเลย
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 26 มกราคม 2015, 09:54:43 »
 

tommy5600

  • ต้อม
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 492
    กระทู้
ขอบคุณครับน้า Thunder
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26 มกราคม 2015, 11:14:14 »
 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
รอให้เครื่องเย็นลงแบบเอามือจับได้ครับน้า Tongsom หรือแค่พออุ่นๆ ก็ได้ครับ คือที่ต้องบอกให้รอเย็น เพราะมือเราเวลาปัดๆ เป่าๆ ไปโดนเครื่อง มีหวังผิวเราพองครับ เอาเป็นว่า รอให้เครื่องเย็น ทำได้สบายใจครับ น้า :boy19: :boy19: :boy19:


ราคาค่าล้าง ผมไม่มีครับ มีแต่ค่าตัวเครื่องที่ซื้อ เพราะล้างเองเลยไม่มีค่าล้างครับ เพราะผม apply เอามาล้าง ที่จริงเครื่อง steam สามารถเอาไปทำงานได้ค่อนข้างเอนกประสงค์เลย โดยเฉพาะเรื่องทำความสะอาด ได้ตั้งแต่แอร์ พื้นบ้าน ผนังบ้าน มุ่งลวด ขอบหน้าต่าง ประตูห้องน้ำ ซอกหลืบ ห้องน้ำก็ได้ ห้องครัวก็ได้ ทุกที่ที่มีปลั๊กเสียบไฟ ให้เจ้าเครื่องนี้ทำงานได้ครับน้า ผมใช้งานสุดโหดเลยครับ จากห้องน้ำ ไปต่อที่แอร์ แล้วไปที่รถครับ :boy19: :boy19: :boy19:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 26 มกราคม 2015, 11:51:46 »
 

pae2020

  • - = เด็กขัดเคลือบ = -
  • **
  • 297
    กระทู้
เครื่องนี้แพงไหมครับ น่าสนใจ...  :mon04:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 26 มกราคม 2015, 15:11:53 »
 

nusubson

  • Champ Detailing Addict
  • TWCC Certified Trader
  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 954
    กระทู้
ล้างเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ  สำหรับรถคันนี้ หลังจากล้างคันอื่นไปหลายคันแล้ว  อุปกรณ์ที่ใช้ ก็มีเจ้า K'A'RCHER SC1122 ขนาดความจุ1.2 ลิตรของหม้อต้ม  + น้ำยาล้างห้องเครื่อง  +แปรงทาสีขนาด2นิ้ว +ผ้าเช็ด2ผืน
ก่อนล้างห้องเครื่อง ต้องพักเครื่องให้เย็นลงเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้น อาจะเป็นอันตรายต่อตัวเราได้ จากความร้อนของเครื่องยนต์

  ขั้นตอนการทำ ผสมน้ำยาล้างห้องเครื่อง ตามกำหนดของฉลาก 1ต่อ5 แล้วฉีดให้ทั่วห้องเครื่อง ทิ้งไว้5นาที เพื่อให้น้ำยาเข้าไปละลายคราบฝังแน่น ของเขม่าดำ และคราบฝุ่นที่เกาะกันหนาแน่น
  หลังจากนั้น จัดการ steam ทุกซอกทุกมุม โดยมีแปรงทาสีเป็นผู้ช่วย พ่นไปปัดไป และเช็ดไป ให้ทั่ว ดีแล้ว  steam อีกเครื่องเพื่อเก็บรายละเอียดงาน รวมถึงเช็ดไปในตัวด้วย ทุกซอกทุกมุม เป็นที่พอใจ  เป็นอันเสร็จพิธี

***หากใครมีข้อสงสัยในการใช้งานเครื่อง steam cleanning  รุ่นนี้ สอบถามได้ครับ การใช้งานเครื่อง steam สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้ กรณีต้องการเติมน้ำ ควรให้น้ำในหม้อต้มหมดก่อน (โดยดูจากสัญญาณไฟเตือนตรงเครื่อง steam ) เมื่อน้ำหมดแล้วไฟเตือน ไอน้ำจะเริ่มน้อยลงและควรปิดสวิทเครื่องกอ่น และให้กดปืนเพื่อปล่อยไอ้นำและแรงดันในหม้อต้มออกจนหมด  การเปิดฝาหม้อเติมน้ำ  ควรให้แรงดันในหม้อออกไปจนหมดเสียก่อน (ถ้าในหม้อต้ม ยังมีแรงดันอยู่ จะไม่สามารถเปิดฝาได้ เพราะเป็นฝานิรภัย จะล็อคอัตโนมัตเมื่อมีแรงดันอยู่ในหม้อต้ม เมื่อแรงดันออกหมดแล้วถึงหมุนเพื่อเปิดเติมน้ำได้  และทำการเปิดสวิทต้ม รอประมาณ6นาที สามารถใช้งานต่อได้ :boy19: :boy19: :boy19:



 :mon17: :mon17: :mon17:

น้า thunder ล้างได้สะอาดมากๆ ครับ
แต่ผมยังไม่เคยลองวิธีเหมือนน้า thunder เลยครับ
ผมแค่เปิดฝากระโปรงมา เอาไอน้ำพ่นๆ แล้วก็เช็ดๆ
ทำไปได้ครึ่งนึง ตะคริวกิน 555
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 26 มกราคม 2015, 15:21:39 »
 

somlee

  • สำลี
  • Moderator
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • *
  • 1,179
    กระทู้
ล้างเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ  สำหรับรถคันนี้ หลังจากล้างคันอื่นไปหลายคันแล้ว  อุปกรณ์ที่ใช้ ก็มีเจ้า K'A'RCHER SC1122 ขนาดความจุ1.2 ลิตรของหม้อต้ม  + น้ำยาล้างห้องเครื่อง  +แปรงทาสีขนาด2นิ้ว +ผ้าเช็ด2ผืน
ก่อนล้างห้องเครื่อง ต้องพักเครื่องให้เย็นลงเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้น อาจะเป็นอันตรายต่อตัวเราได้ จากความร้อนของเครื่องยนต์

  ขั้นตอนการทำ ผสมน้ำยาล้างห้องเครื่อง ตามกำหนดของฉลาก 1ต่อ5 แล้วฉีดให้ทั่วห้องเครื่อง ทิ้งไว้5นาที เพื่อให้น้ำยาเข้าไปละลายคราบฝังแน่น ของเขม่าดำ และคราบฝุ่นที่เกาะกันหนาแน่น
  หลังจากนั้น จัดการ steam ทุกซอกทุกมุม โดยมีแปรงทาสีเป็นผู้ช่วย พ่นไปปัดไป และเช็ดไป ให้ทั่ว ดีแล้ว  steam อีกเครื่องเพื่อเก็บรายละเอียดงาน รวมถึงเช็ดไปในตัวด้วย ทุกซอกทุกมุม เป็นที่พอใจ  เป็นอันเสร็จพิธี

***หากใครมีข้อสงสัยในการใช้งานเครื่อง steam cleanning  รุ่นนี้ สอบถามได้ครับ การใช้งานเครื่อง steam สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้ กรณีต้องการเติมน้ำ ควรให้น้ำในหม้อต้มหมดก่อน (โดยดูจากสัญญาณไฟเตือนตรงเครื่อง steam ) เมื่อน้ำหมดแล้วไฟเตือน ไอน้ำจะเริ่มน้อยลงและควรปิดสวิทเครื่องกอ่น และให้กดปืนเพื่อปล่อยไอ้นำและแรงดันในหม้อต้มออกจนหมด  การเปิดฝาหม้อเติมน้ำ  ควรให้แรงดันในหม้อออกไปจนหมดเสียก่อน (ถ้าในหม้อต้ม ยังมีแรงดันอยู่ จะไม่สามารถเปิดฝาได้ เพราะเป็นฝานิรภัย จะล็อคอัตโนมัตเมื่อมีแรงดันอยู่ในหม้อต้ม เมื่อแรงดันออกหมดแล้วถึงหมุนเพื่อเปิดเติมน้ำได้  และทำการเปิดสวิทต้ม รอประมาณ6นาที สามารถใช้งานต่อได้ :boy19: :boy19: :boy19:


สุดยอดครับน้าทัน ใช้เวลาทั้งหมดนานแค่ไหนครับ น่าสนใจ :mon18:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 27 มกราคม 2015, 08:09:06 »
 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
ผมทำไปเรื่อยๆ ครับ ชิวๆ กับวันหยุดช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะก่อนหน้าไปจัดเต็ม ห้องน้ำมาก่อน กับในบ้านมาก่อน เลยมีเวลาเหลือแค่ไม่กี่ ชม.ก็จะมืด เลยนึกสนุกกับของเล่น เปิดกระโปรงหน้าจัดซะ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน25นาทีครับ ไม่ร่วมช่วงที่จัดเตรียมอุปกรณ์กับ รอต้มน้ำเดือดในเครื่องอีก6นาทีครับ เติมครั้งเดียว ก็ล้างได้จบเบ็ดเสร็จแล้วครับ ก่อนอื่น ดูว่าเครื่องยนต์ยังร้อนไหม(ถ้าร้อนรอให้เครื่องเย็นก่อน ไม่ว่าจะยังไง จะใช้วิธีล้างแบบไหนก็ตาม จะล้างแบบน้ำ แบบ dry ice ก็ต้องรอให้เครื่องเย็นเสียก่อน เพราะไม่งั้น ถ้าใช้วิธีน้ำล้าง เอาน้ำลาดเลย เครื่องพังเลย เพราะจากสภาพเครื่องร้อนจัดเจอน้ำลาด อุปกรณ์หลายๆอย่าง ปรับอุณภูมิไม่ทัน อาจพังเสียหายได้ อันนี้ เป็นสิ่งที่ควรรู้และยึดถือปฏิบัติ ใครอย่ามาถามว่า จำเป็นไหม ถ้าไม่รอ คริๆๆ ถ้าไม่รอก็รองดูก็ได้ครับ ถ้ารถเครื่องพังก็ตัวใครตัวมันคริๆๆ)  หลังจากนั้น ก็เอาตัวช่วย (น้ำยาล้างห้องเครื่อง) ฉีด ( อาจจะมีคำถามแน่ๆ ว่า"ก็ไหนบอกไม่ต้องใช้สารเคมีไง" ก็ถูกอยู่ แต่ในที่นี้ เอามาช่วยให้เราล้างรถได้ง่ายและสะดวกขึ้น ไง ) เพราะเวลาเราพ่นไอน้ำ คราบจะหลุดออกง่ายขึ้น สะดวกขึั้น ให้ฉีดเฉพาะจุดที่เราดูว่าคราบจะฝังแ่น่นจริงๆ เช่นตัวถังด้านในห้องเครื่อง น้ำยา +ไอน้ำอุ่น คราบก็กระเจิง เนื่องจากน้ำยาเจือจาง ไม่ได้ใช้เพียวๆ เลย เราผสมตามอัตราส่วนข้างขวดนะครับ ของผมผสมอยู่ที่น้ำยา1ส่วน ต่อ น้ำ5 ส่วน ผสมลงขวดฟ๊อกกี้ ฉีด แต่ถ้าไม่ใช้น้ำยาได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่งานจะช้าเกือบเท่าตัว จาก25นาที เป็น50นาที หรืออาจเป็น ชม เลย เพราะคราบเขม่าฝังแน่นและเป็นคราบจากไอละเหยของน้ำมันและยิ่งปล่อยเวลายาวนานเกินไป คราบจะยิ่งซึมเข้าไปในเนื้อสี ของตัวถังรถ รวมถึง อุปกรณ์พลาสติกในห้องเครื่อง อันนี้สำคัญนะครับ ถ้าจะเอาคราบพวกนี้แบบไม่มีตัวช่วยจริงๆ คือยิงจ่อ สีมีหลุดได้ครับ ไม่ว่าจะด้วยวิธีล้างแบบใดก็ตาม แม้กระทั่ง dry ice  ลืมไปแต่จะขาดไปไม่ได้ แปรงทาสี ช่วยได้เยอะ ตอนฉีดน้ำยาตามซอกมุมก็ปัดๆซะ อันไหนเอื้อมไม่ถึงช่างมัน ให้น้ำยามันทำหน้าที่ของมันเอง หลังจากรอให้น้ำยาทำงานได้5นาทีแล้ว ก็จัดการพ่นไอน้ำ ไล่คราบ ใช้แปรงทาสีช่วยปัดๆ ไป พร้อมกันนั้น (มืออาจพันกันหน่อย) ก็ใช้ผ้าคอยลูบเช็ดตาม **ข้อแตกต่างระหว่างการล้างด้วยน้ำ และ การใช้  steam หลังจากที่เราเช็ดแห้งแล้ว การล้างด้วยน้ำจะทิ้งคราบขาวไว้  ซึ่งน้ำอาจจะพาเศษคราบออกไปไม่หมด แต่การพ่นด้วยไอน้ำ เม็ดละอองน้ำจะวิ่งไปชนเศษคราบออกจนหมด **  ทำจนครบเรียบร้อยแล้ว สำรวจดูความเรียบร้อย เก็บงานอีกที เครื่องก็แห้ง พร้อมใช้งานได้ หรือใครอยากจะโค้ทด้วย wax ก็ตามสบายได้เลยครับ รับรอง ลง wax ตัวเครื่องได้อย่างสบายใจปราศจากคราบสกปรกแน่นอน  เป็นอันว่าจบงานครับ เบ็ดเสร็จแล้ว ก็ประมาณ25 นาทีอย่างที่ว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่ที่ความถนัดของใครของมันครับน้า พอดีก่อนหน้าผมก็ลองผิดลองถูกกับรถ3-4 คันมา ก็เลยพอคล่องบ้างแล้วครับ  พอเสร็จงานก็มายืนดูผลงาน มันช่างน่าภาคภูมิใจซะจริงๆ ไม่คิดมาก่อนว่าเราจะล้างเครื่องยนต์ได้เอี่ยมเอาะๆ อย่างน้าๆ ท่านอื่นได้ โดยลำพังตัวเราเอง คริๆๆ :boy19: :boy19: :boy19:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 27 มกราคม 2015, 08:22:07 »
 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
โห่ๆ ทีนี้ละ ถ้าไปต่างจังหวัดหลายๆวันกลัวรถไม่สวย คงต้องพกเจ้าตัวนี้ไปด้วยแล้วคริๆๆ ขอให้มีที่เสียบไฟกับมีน้ำกรองดีๆ เป็นใช้ได้ เอามาบอกเล่า กันครับ  :boy08: :boy08: :boy08:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 27 มกราคม 2015, 08:37:16 »
 

tommy5600

  • ต้อม
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 492
    กระทู้
ผมทำไปเรื่อยๆ ครับ ชิวๆ กับวันหยุดช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะก่อนหน้าไปจัดเต็ม ห้องน้ำมาก่อน กับในบ้านมาก่อน เลยมีเวลาเหลือแค่ไม่กี่ ชม.ก็จะมืด เลยนึกสนุกกับของเล่น เปิดกระโปรงหน้าจัดซะ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน25นาทีครับ ไม่ร่วมช่วงที่จัดเตรียมอุปกรณ์กับ รอต้มน้ำเดือดในเครื่องอีก6นาทีครับ เติมครั้งเดียว ก็ล้างได้จบเบ็ดเสร็จแล้วครับ ก่อนอื่น ดูว่าเครื่องยนต์ยังร้อนไหม(ถ้าร้อนรอให้เครื่องเย็นก่อน ไม่ว่าจะยังไง จะใช้วิธีล้างแบบไหนก็ตาม จะล้างแบบน้ำ แบบ dry ice ก็ต้องรอให้เครื่องเย็นเสียก่อน เพราะไม่งั้น ถ้าใช้วิธีน้ำล้าง เอาน้ำลาดเลย เครื่องพังเลย เพราะจากสภาพเครื่องร้อนจัดเจอน้ำลาด อุปกรณ์หลายๆอย่าง ปรับอุณภูมิไม่ทัน อาจพังเสียหายได้ อันนี้ เป็นสิ่งที่ควรรู้และยึดถือปฏิบัติ ใครอย่ามาถามว่า จำเป็นไหม ถ้าไม่รอ คริๆๆ ถ้าไม่รอก็รองดูก็ได้ครับ ถ้ารถเครื่องพังก็ตัวใครตัวมันคริๆๆ)  หลังจากนั้น ก็เอาตัวช่วย (น้ำยาล้างห้องเครื่อง) ฉีด ( อาจจะมีคำถามแน่ๆ ว่า"ก็ไหนบอกไม่ต้องใช้สารเคมีไง" ก็ถูกอยู่ แต่ในที่นี้ เอามาช่วยให้เราล้างรถได้ง่ายและสะดวกขึ้น ไง ) เพราะเวลาเราพ่นไอน้ำ คราบจะหลุดออกง่ายขึ้น สะดวกขึั้น ให้ฉีดเฉพาะจุดที่เราดูว่าคราบจะฝังแ่น่นจริงๆ เช่นตัวถังด้านในห้องเครื่อง น้ำยา +ไอน้ำอุ่น คราบก็กระเจิง เนื่องจากน้ำยาเจือจาง ไม่ได้ใช้เพียวๆ เลย เราผสมตามอัตราส่วนข้างขวดนะครับ ของผมผสมอยู่ที่น้ำยา1ส่วน ต่อ น้ำ5 ส่วน ผสมลงขวดฟ๊อกกี้ ฉีด แต่ถ้าไม่ใช้น้ำยาได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่งานจะช้าเกือบเท่าตัว จาก25นาที เป็น50นาที หรืออาจเป็น ชม เลย เพราะคราบเขม่าฝังแน่นและเป็นคราบจากไอละเหยของน้ำมันและยิ่งปล่อยเวลายาวนานเกินไป คราบจะยิ่งซึมเข้าไปในเนื้อสี ของตัวถังรถ รวมถึง อุปกรณ์พลาสติกในห้องเครื่อง อันนี้สำคัญนะครับ ถ้าจะเอาคราบพวกนี้แบบไม่มีตัวช่วยจริงๆ คือยิงจ่อ สีมีหลุดได้ครับ ไม่ว่าจะด้วยวิธีล้างแบบใดก็ตาม แม้กระทั่ง dry ice  ลืมไปแต่จะขาดไปไม่ได้ แปรงทาสี ช่วยได้เยอะ ตอนฉีดน้ำยาตามซอกมุมก็ปัดๆซะ อันไหนเอื้อมไม่ถึงช่างมัน ให้น้ำยามันทำหน้าที่ของมันเอง หลังจากรอให้น้ำยาทำงานได้5นาทีแล้ว ก็จัดการพ่นไอน้ำ ไล่คราบ ใช้แปรงทาสีช่วยปัดๆ ไป พร้อมกันนั้น (มืออาจพันกันหน่อย) ก็ใช้ผ้าคอยลูบเช็ดตาม **ข้อแตกต่างระหว่างการล้างด้วยน้ำ และ การใช้  steam หลังจากที่เราเช็ดแห้งแล้ว การล้างด้วยน้ำจะทิ้งคราบขาวไว้  ซึ่งน้ำอาจจะพาเศษคราบออกไปไม่หมด แต่การพ่นด้วยไอน้ำ เม็ดละอองน้ำจะวิ่งไปชนเศษคราบออกจนหมด **  ทำจนครบเรียบร้อยแล้ว สำรวจดูความเรียบร้อย เก็บงานอีกที เครื่องก็แห้ง พร้อมใช้งานได้ หรือใครอยากจะโค้ทด้วย wax ก็ตามสบายได้เลยครับ รับรอง ลง wax ตัวเครื่องได้อย่างสบายใจปราศจากคราบสกปรกแน่นอน  เป็นอันว่าจบงานครับ เบ็ดเสร็จแล้ว ก็ประมาณ25 นาทีอย่างที่ว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่ที่ความถนัดของใครของมันครับน้า พอดีก่อนหน้าผมก็ลองผิดลองถูกกับรถ3-4 คันมา ก็เลยพอคล่องบ้างแล้วครับ  พอเสร็จงานก็มายืนดูผลงาน มันช่างน่าภาคภูมิใจซะจริงๆ ไม่คิดมาก่อนว่าเราจะล้างเครื่องยนต์ได้เอี่ยมเอาะๆ อย่างน้าๆ ท่านอื่นได้ โดยลำพังตัวเราเอง คริๆๆ :boy19: :boy19: :boy19:

ขอบคุณครับ ถ้าใช้เป็นมองเห็นประโยชน์เลยครับ
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 27 มกราคม 2015, 17:04:53 »
 

somlee

  • สำลี
  • Moderator
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • *
  • 1,179
    กระทู้
ผมทำไปเรื่อยๆ ครับ ชิวๆ กับวันหยุดช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะก่อนหน้าไปจัดเต็ม ห้องน้ำมาก่อน กับในบ้านมาก่อน เลยมีเวลาเหลือแค่ไม่กี่ ชม.ก็จะมืด เลยนึกสนุกกับของเล่น เปิดกระโปรงหน้าจัดซะ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน25นาทีครับ ไม่ร่วมช่วงที่จัดเตรียมอุปกรณ์กับ รอต้มน้ำเดือดในเครื่องอีก6นาทีครับ เติมครั้งเดียว ก็ล้างได้จบเบ็ดเสร็จแล้วครับ ก่อนอื่น ดูว่าเครื่องยนต์ยังร้อนไหม(ถ้าร้อนรอให้เครื่องเย็นก่อน ไม่ว่าจะยังไง จะใช้วิธีล้างแบบไหนก็ตาม จะล้างแบบน้ำ แบบ dry ice ก็ต้องรอให้เครื่องเย็นเสียก่อน เพราะไม่งั้น ถ้าใช้วิธีน้ำล้าง เอาน้ำลาดเลย เครื่องพังเลย เพราะจากสภาพเครื่องร้อนจัดเจอน้ำลาด อุปกรณ์หลายๆอย่าง ปรับอุณภูมิไม่ทัน อาจพังเสียหายได้ อันนี้ เป็นสิ่งที่ควรรู้และยึดถือปฏิบัติ ใครอย่ามาถามว่า จำเป็นไหม ถ้าไม่รอ คริๆๆ ถ้าไม่รอก็รองดูก็ได้ครับ ถ้ารถเครื่องพังก็ตัวใครตัวมันคริๆๆ)  หลังจากนั้น ก็เอาตัวช่วย (น้ำยาล้างห้องเครื่อง) ฉีด ( อาจจะมีคำถามแน่ๆ ว่า"ก็ไหนบอกไม่ต้องใช้สารเคมีไง" ก็ถูกอยู่ แต่ในที่นี้ เอามาช่วยให้เราล้างรถได้ง่ายและสะดวกขึ้น ไง ) เพราะเวลาเราพ่นไอน้ำ คราบจะหลุดออกง่ายขึ้น สะดวกขึั้น ให้ฉีดเฉพาะจุดที่เราดูว่าคราบจะฝังแ่น่นจริงๆ เช่นตัวถังด้านในห้องเครื่อง น้ำยา +ไอน้ำอุ่น คราบก็กระเจิง เนื่องจากน้ำยาเจือจาง ไม่ได้ใช้เพียวๆ เลย เราผสมตามอัตราส่วนข้างขวดนะครับ ของผมผสมอยู่ที่น้ำยา1ส่วน ต่อ น้ำ5 ส่วน ผสมลงขวดฟ๊อกกี้ ฉีด แต่ถ้าไม่ใช้น้ำยาได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่งานจะช้าเกือบเท่าตัว จาก25นาที เป็น50นาที หรืออาจเป็น ชม เลย เพราะคราบเขม่าฝังแน่นและเป็นคราบจากไอละเหยของน้ำมันและยิ่งปล่อยเวลายาวนานเกินไป คราบจะยิ่งซึมเข้าไปในเนื้อสี ของตัวถังรถ รวมถึง อุปกรณ์พลาสติกในห้องเครื่อง อันนี้สำคัญนะครับ ถ้าจะเอาคราบพวกนี้แบบไม่มีตัวช่วยจริงๆ คือยิงจ่อ สีมีหลุดได้ครับ ไม่ว่าจะด้วยวิธีล้างแบบใดก็ตาม แม้กระทั่ง dry ice  ลืมไปแต่จะขาดไปไม่ได้ แปรงทาสี ช่วยได้เยอะ ตอนฉีดน้ำยาตามซอกมุมก็ปัดๆซะ อันไหนเอื้อมไม่ถึงช่างมัน ให้น้ำยามันทำหน้าที่ของมันเอง หลังจากรอให้น้ำยาทำงานได้5นาทีแล้ว ก็จัดการพ่นไอน้ำ ไล่คราบ ใช้แปรงทาสีช่วยปัดๆ ไป พร้อมกันนั้น (มืออาจพันกันหน่อย) ก็ใช้ผ้าคอยลูบเช็ดตาม **ข้อแตกต่างระหว่างการล้างด้วยน้ำ และ การใช้  steam หลังจากที่เราเช็ดแห้งแล้ว การล้างด้วยน้ำจะทิ้งคราบขาวไว้  ซึ่งน้ำอาจจะพาเศษคราบออกไปไม่หมด แต่การพ่นด้วยไอน้ำ เม็ดละอองน้ำจะวิ่งไปชนเศษคราบออกจนหมด **  ทำจนครบเรียบร้อยแล้ว สำรวจดูความเรียบร้อย เก็บงานอีกที เครื่องก็แห้ง พร้อมใช้งานได้ หรือใครอยากจะโค้ทด้วย wax ก็ตามสบายได้เลยครับ รับรอง ลง wax ตัวเครื่องได้อย่างสบายใจปราศจากคราบสกปรกแน่นอน  เป็นอันว่าจบงานครับ เบ็ดเสร็จแล้ว ก็ประมาณ25 นาทีอย่างที่ว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่ที่ความถนัดของใครของมันครับน้า พอดีก่อนหน้าผมก็ลองผิดลองถูกกับรถ3-4 คันมา ก็เลยพอคล่องบ้างแล้วครับ  พอเสร็จงานก็มายืนดูผลงาน มันช่างน่าภาคภูมิใจซะจริงๆ ไม่คิดมาก่อนว่าเราจะล้างเครื่องยนต์ได้เอี่ยมเอาะๆ อย่างน้าๆ ท่านอื่นได้ โดยลำพังตัวเราเอง คริๆๆ :boy19: :boy19: :boy19:
:mon18: :mon18: :mon17:
ขอบคุณครับน้าทัน :mon17:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 27 มกราคม 2015, 18:50:51 »
 

maipoo

  • TWCC Certified Trader
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • ******
  • 2,153
    กระทู้
  • รถสีบรอนซ์เงิน ให้สวยอย่างรถสีดำเป็นไปได้ยาก
เครื่องพ่นไอน้ำ
สงสัยจะเป็นตัวใหม่ที่ต้องหามาใช้

 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 28 มกราคม 2015, 10:15:54 »
 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
น่าจัดมาใช้ซักเครื่องจริงๆ ครับ ตอนผมซื้อยังไม่มีรุ่น หม้อต้ม2.1ลิตรเลย แถมเจ้าตัวใหม่ของ karcher ทั้งแรง ทั้งสามารถปรับไอน้ำได้อีก หม้อต้มก็ใหญ่ขึ้น (ใช้ได้ยาวนานขึ้นกว่าจะเติมน้ำ) เห็นแล้วต้องรีบๆใช้ให้เจ้าตัวเก่าพังก่อน คริๆๆ ผมถึงได้ใช้แบบโหดๆ เลย ใช้ทั้งวันก็ว่าได้ น้ำหมด กดเอาความดันออก เติมน้ำทันที กดต้มทันที ไม่ช้าไม่เร็ว ถือเป็นช่วงเบรค ยิ่งเวลาผมเอาไปล้างประตูห้องน้ำ ที่เป็นพีวีซี เป็นซี่ๆ เคยหาน้ำยามาล้าง ตามซอกมันก็ไม่ออก ดูกระด้ำกระด่าง คิดไม่ตกเข้าห้องน้ำแต่ละที เห็นประตูขาวแต่มีคราบดำ แล้ว เข้าห้องน้ำทีไม่มีความสุข พอได้เจ้าเครื่องนี้ เหร้อ เห่อๆๆ เอี่ยมทุกซอกมุม น้ำยาไม่ต้องใช้เลย ใช้แค่ผ้าเช็ดกับเจ้าเครื่องนี้ก็จบ ส่วนคราบราดำที่เกาะตามซักในห้องน้ำ ปรกติต้องใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ (ใช้มากๆ ทำให้มีกลิ่นเหม็นดันขึ้นมาจากท่อทุกครั้งหลังจากล้างห้องน้ำ ล้างชักโครก เสมอ แก้โดยเอาน้ำชีวะภาพไปเท ก็ไม่ค่อยได้ผล ห้องน้ำสะอาดแป๊ปๆ มีกลิ่น มีเชื้อราขึ้นละ)  ตอนนี้ น้ำยาล้างห้องน้ำเลิกใช้ ใช้ไอ้น้ำร้อนอย่างเดียว เชื้อราเชื้อโรค กลิ่นอับ จัดการได้เบ็ดเสร็จ ตอนนี้ เนื่องจากไม่ได้ใช้น้ำยามานานแล้ว ห้องน้ำไม่มีกลิ่นเหม็นขึ้นมาจากท่อระบายแล้ว เพราะว่า จุลินทรีย์ ในถังแซก ไม่ตายด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ มันเลยทำหน้าที่ของมันได้เต็มที่ กลิ่นก็ไม่เกิด แถมเชื้อราในห้องน้ำ หายไปสนิทเลย ผมจะล้างห้องน้ำ 2อาทิตย์ครั้งด้วยเจ้าเครื่อง steam หรือแล้วแต่เหตุการณ์ ถ้าเริ่มมีคราบเชื้อราดำเกาะ ก็จัดการ เบาภาระเรื่องน้ำยาล้างห้องน้ำลงเลยครับ 
  ส่วนการล้างรถ ก็ช่วยลดน้ำยาล้างรถลง เอาเป็นว่าไม่ได้ใช้เลยก็ว่าได้ ดินน้ำมันก็ไม่ต้องลูบ ลดความจำเป็นใช้ลงได้อีกหลายอย่างเลย ถ้าใครซื้อมาแล้วไม่เข้าใจในการใช้ ถามผมได้ครับ ถ้าช่วยกันได้ ผมยินดีครับ น้าๆ คริๆๆ :boy19: :boy19: :boy19:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2015, 19:57:33 »
 

tommy5600

  • ต้อม
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 492
    กระทู้
รบกวนสอบถามน้า Thunder  ผมใช้ ELVIRA C2 อยู่ครับ วันนี้กะว่าจะลองล้างรถแบบสตีมดู แต่ว่าพอพ่นไปที่ตัวถังรถ ไอน้ำมันไม่ค่อยจะมีแรงดันฝุ่นออกเท่าไหร่ แต่เห็นมีคราบฝุ่นดำหลุดบ้าง แต่ไม่มากครับผมเลยไม่กล้าเอาผ้าลูบตามครับ สเปคตัวนี้แรงดัน 3.6 บาร์ ไม่ทราบพอใช้สตีมล้างรถได้รึเปล่าครับ เห็นในคลิปเขามีเครื่องแรงๆทั่งนั้น
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2015, 23:24:15 »
 

Jarja

  • 08 5556 5557
  • สมาชิกถาวร
  • - = เด็กล้างรถ = -
  • *
  • 92
    กระทู้
  • bbl 9180003999
 ทำ youtube ให้ดูบ้างสิครับ ขอบคุณครับ
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2015, 08:30:48 »
 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
ตอบน้าทอมมี่ครับ ก่อนล้างผมจะสำรวจรถก่อน ว่าเปื้อนแค่ฝุ่นละอองอย่างเดียวหรือติดพวกเม็ดดินทรายมาด้วย ถ้าฝุ่นละออง ล้างได้โลดครับน้า ผมเข้าไปดูคลิปโฆษณาของรุ่นนี้แล้ว แรงดันไม่ต่างจากคาร์เชอร์ ซักเท่าไหร่ ก็น่าจะล้างได้ครับ การพ่นไอน้ำ ให้ห่างจากผิวรถประมาณซัก1ฝ่ามือหรือ 5-10เซน อีกมือจับผ้าไมโครลูบตาม ระหว่างมือทั้งสอง ให้ปลายปืนอยู่ห่างจากผ้าประมาณ25เซนโดยประมาณ และมุมในการฉีดไอ้น้ำ เฉียง45องศา มาที่หน้าผ้า ถ้าใกล้อาจจะรู้สึกร้อน เพราะความร้อนจะสะสม มือหนึ่งฉีดไป มือหนึ่งลูบไป อย่าเช็ดเหมือนในคลิป (ถ้าเช็ดแบบนั้น อย่าว่าแต่รถสะอาดกับผ้าสะอาดปล่าวก็ทำให้เป็นรอยจากการเช็ดแบบนั้นได้ครับ แต่ถ้าแค่ลูบ ไม่กดน้ำหนักมือ ไม่เป็นรอยครับ ตอนแรกผมก็กลัวว่าจะเป็นรอยอย่างน้าทอมมี่นั่นแหละ แต่ลองดู ก็ไม่เป็น เพราะเราไม่ได้กดน้ำหนักมือแค่ลูบและยกผ้าขึ้น ถ้าผ้าเริ่มสกปรกก็กลับผ้า แม้ว่ารอยจะเกิดขึ้น ผมก็ว่า ก็คงไม่ต่างตอนที่เราล้างรถ และลงแชมพูด้วยถุงมือล้างรถครับ    อย่าเช็ด ให้ ลูบแล้วยกผ้าขึ้นครับ ตอนแรกอาจจะไม่ชิน แต่พอทำไปจะชินไปเองครับ ถ้าไม่มั่นใจก่อน steam ช่วงล่างรถ ก็ใช้สายยางฉีดไล่ดินทรายก่อนก็ได้ครับ  แต่ถ้ารถสกปรกมากขนาดมีดินทรายก็ไม่ควรใช้วิธี steam ครับ แต่ถ้าเป็นเครื่องใหญ่เขาจะมีระบบแรงดันมาช่วย แบบนั้นใช้ล้างได้ครับ แต่ถ้าของเราเป็นตัวเล็ก(  apply มาล้างเอง) จะไม่มีระบบแรงดัน แรงดันที่ได้มาจากความดันของการเดือดของน้ำในหม้อต้มครับ ยืนยันให้อีกที ถ้ารถไม่สกปรกมาก แค่คราบฝุ่นละออง ล้างได้ลูบได้ไม่เป็นรอยครับ แต่ถ้ารถเปื้อนมาก ขนาดมีเม็ดดินทรายก็ไม่ควรเสี่ยง
  ตอนช่วงที่เราพ่น คราบฝุ่นละอองจะไม่ฟุ้งเพราะจะโดนไอน้ำจับตัวและละอองไอน้ำจะทำให้คราบที่จับตัวบนผิว กระจายไม่ฟุ้ง ผ้าเป็นตัวซับและดึงเอาเศษคราบฝุ่นขึ้นไป เพราะฉนั้นการลูบเพียงแต่เบาๆ ไม่ทำให้ผิวรถเป็นรอยได้ง่ายๆครับ น้าทอม

 น้าจาจ้า ยังไม่มีใครว่างมาช่วยถ่ายคลิปให้ครับน้า เพราะถ้าจะถ่ายเองก็ไม่ได้ เพราะมือสองข้างไม่ว่างเลยครับ มือหนึ่งจับผ้า มือหนึ่ง จับปลายที่ฉีดไอ้น้ำครับ เอาไว้ให้มือกล้องเขาว่างจะรบกวนให้มาช่วยถา่ยแล้วจะมาลงคลิปให้ครับ  :boy19: :boy19: :boy19:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2015, 08:46:06 »
 

thunder

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 713
    กระทู้
ล้างแบบเครื่องใหญ่ ก็จะได้งานประมาณนี้ครับ คริๆๆ แต่ของเราเครื่องเล็ก เจอคราบอย่างในคลิปไม่น่าจะไหวกว่าจะล้างได้หมดก็ต้องใช้เวลานานครับ เครื่องใหญ่ก็เหมาะกับงานหนักๆ ส่วนเครื่องเล็กระจุ๋มกระจิ๋ม ก็เหมาะกับงานเบาๆ ครับ



https://www.youtube.com/watch?v=tX-LgTVSAKI

 :boy19: :boy19: :boy19:
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2015, 09:02:07 »
 

tommy5600

  • ต้อม
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 492
    กระทู้
ตอบน้าทอมมี่ครับ ก่อนล้างผมจะสำรวจรถก่อน ว่าเปื้อนแค่ฝุ่นละอองอย่างเดียวหรือติดพวกเม็ดดินทรายมาด้วย ถ้าฝุ่นละออง ล้างได้โลดครับน้า ผมเข้าไปดูคลิปโฆษณาของรุ่นนี้แล้ว แรงดันไม่ต่างจากคาร์เชอร์ ซักเท่าไหร่ ก็น่าจะล้างได้ครับ การพ่นไอน้ำ ให้ห่างจากผิวรถประมาณซัก1ฝ่ามือหรือ 5-10เซน อีกมือจับผ้าไมโครลูบตาม ระหว่างมือทั้งสอง ให้ปลายปืนอยู่ห่างจากผ้าประมาณ25เซนโดยประมาณ และมุมในการฉีดไอ้น้ำ เฉียง45องศา มาที่หน้าผ้า ถ้าใกล้อาจจะรู้สึกร้อน เพราะความร้อนจะสะสม มือหนึ่งฉีดไป มือหนึ่งลูบไป อย่าเช็ดเหมือนในคลิป (ถ้าเช็ดแบบนั้น อย่าว่าแต่รถสะอาดกับผ้าสะอาดปล่าวก็ทำให้เป็นรอยจากการเช็ดแบบนั้นได้ครับ แต่ถ้าแค่ลูบ ไม่กดน้ำหนักมือ ไม่เป็นรอยครับ ตอนแรกผมก็กลัวว่าจะเป็นรอยอย่างน้าทอมมี่นั่นแหละ แต่ลองดู ก็ไม่เป็น เพราะเราไม่ได้กดน้ำหนักมือแค่ลูบและยกผ้าขึ้น ถ้าผ้าเริ่มสกปรกก็กลับผ้า แม้ว่ารอยจะเกิดขึ้น ผมก็ว่า ก็คงไม่ต่างตอนที่เราล้างรถ และลงแชมพูด้วยถุงมือล้างรถครับ    อย่าเช็ด ให้ ลูบแล้วยกผ้าขึ้นครับ ตอนแรกอาจจะไม่ชิน แต่พอทำไปจะชินไปเองครับ ถ้าไม่มั่นใจก่อน steam ช่วงล่างรถ ก็ใช้สายยางฉีดไล่ดินทรายก่อนก็ได้ครับ  แต่ถ้ารถสกปรกมากขนาดมีดินทรายก็ไม่ควรใช้วิธี steam ครับ แต่ถ้าเป็นเครื่องใหญ่เขาจะมีระบบแรงดันมาช่วย แบบนั้นใช้ล้างได้ครับ แต่ถ้าของเราเป็นตัวเล็ก(  apply มาล้างเอง) จะไม่มีระบบแรงดัน แรงดันที่ได้มาจากความดันของการเดือดของน้ำในหม้อต้มครับ ยืนยันให้อีกที ถ้ารถไม่สกปรกมาก แค่คราบฝุ่นละออง ล้างได้ลูบได้ไม่เป็นรอยครับ แต่ถ้ารถเปื้อนมาก ขนาดมีเม็ดดินทรายก็ไม่ควรเสี่ยง
  ตอนช่วงที่เราพ่น คราบฝุ่นละอองจะไม่ฟุ้งเพราะจะโดนไอน้ำจับตัวและละอองไอน้ำจะทำให้คราบที่จับตัวบนผิว กระจายไม่ฟุ้ง ผ้าเป็นตัวซับและดึงเอาเศษคราบฝุ่นขึ้นไป เพราะฉนั้นการลูบเพียงแต่เบาๆ ไม่ทำให้ผิวรถเป็นรอยได้ง่ายๆครับ น้าทอม

 น้าจาจ้า ยังไม่มีใครว่างมาช่วยถ่ายคลิปให้ครับน้า เพราะถ้าจะถ่ายเองก็ไม่ได้ เพราะมือสองข้างไม่ว่างเลยครับ มือหนึ่งจับผ้า มือหนึ่ง จับปลายที่ฉีดไอ้น้ำครับ เอาไว้ให้มือกล้องเขาว่างจะรบกวนให้มาช่วยถา่ยแล้วจะมาลงคลิปให้ครับ  :boy19: :boy19: :boy19:

ขอบคุณครับน้า Thunder เครื่องเล็กมันใช้แรงดันจากไอน้ำไม่มีตัวขับ เวลาฉีดคงต้องฉีดไล่ฝุ่นช้าๆ ไปเร็วไม่ได้ แต่ฉีดต่อเนื่องแรงดันไอน้ำมีแผ่วบ้างเนื่องจากไอน้ำลดลงต้องรอต้มอีกแต่ไม่นาน อยาถามว่ารถ 1 คัน (เฉพาะภายนอก) น้า Thunder ใช้เวลารวมเท่าไหร่นับเวลาต้องเติมน้ำและรอต้มด้วยครับ
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2015, 09:08:22 »
 

compositetech

  • - = เด็กล้างรถ = -
  • *
  • 56
    กระทู้
ล้างแบบเครื่องใหญ่ ก็จะได้งานประมาณนี้ครับ คริๆๆ แต่ของเราเครื่องเล็ก เจอคราบอย่างในคลิปไม่น่าจะไหวกว่าจะล้างได้หมดก็ต้องใช้เวลานานครับ เครื่องใหญ่ก็เหมาะกับงานหนักๆ ส่วนเครื่องเล็กระจุ๋มกระจิ๋ม ก็เหมาะกับงานเบาๆ ครับ



https://www.youtube.com/watch?v=tX-LgTVSAKI

 :boy19: :boy19: :boy19:
เครื่องเล็กของkarcher มีแบบต้องรอเติมนำ้ กับไม่ต้องรอเติมนำ้ได้ตลอด แบบไหนดีครับ ราคาต่างกันครึ่งๆ
 

Re: ล้างห้องเครื่อง ด้วยเครื่อง steam cleanning
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2015, 09:18:12 »
 

Jarja

  • 08 5556 5557
  • สมาชิกถาวร
  • - = เด็กล้างรถ = -
  • *
  • 92
    กระทู้
  • bbl 9180003999
ผมสนใจ จะซื้อรอชมผลงาน พี่ ๆ น้องๆ ก่อน

 :mon18: :mon18: :mon18: :mon08: