You are Here:







การพ่นแลคเกอร์เคลือบสีต่างจากเคลือบแก้วอย่างไร

ผู้เขียน (อ่าน 23384 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

 

bct

  • สมาชิกถาวร
  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 580
    กระทู้
วันก่อนที่เชียงใหม่มีงานมอร์เตอร์อะไรสักอย่างนี่แหละ มีบริษัทหนึ่งมาโฆษณาลงเคลียร์โค๊ทใหม่ ผมเอากระป๋องมาดู ตัวน้ำยาระบุว่าเป็น n-butyl acetate งงเลย น้ำยาตัวนี้เป็นโซลเวนท์ครับ มันเป็นของเหลว ไม่ขึ้นรูปเป็นเคลียร์โค๊ทอ่ะ โครงสร้างทางเคมีไม่มีพันธะคู่ของคาร์บอนกับคาร์บอนด้วย ไม่มีหมู่ฟังก์ชั่นอิสระเลย ไม่สามารถเกิดเป็นพอลิเมอร์ได้

ผมเลยเข้าไปหาข้อมูลดูพบว่าตัวนี้เป็นตัวทำละลายสำหรับแล็กเกอร์ครับ แสดงว่าบริษัทเค้าไม่ยอมบอกว่าใช้ตัวแล็กเกอร์จริงๆเป็นสารอะไร แต่ทั่วๆไปแล็กเกอร์ที่นิยมใช้กันก็พวกไนโตรเซลลูโลสใช้ฝ้ายเป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์ อีกกลุ่มก็พวกสารสกัดจากครั่งเป็นพวกเรซิน และอีกพวกก็คือพอลีคาร์บอเนตจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ผมสนใจกลุ่มแชลแลกเรซินจากครั่งนี่แหละ ทางเหนือเยอะมาก กำลังว่าจะขอทุนวิจัยเรื่องครั่งพอดี ถ้านำมาผสมคาร์นัวบาร์เป็นแวกซ์จะเวิร์กไม๊เนี่ะ  :mon02:

อีกอย่างใครว่าราคาพวกเคลือบแก้วมันแพง ลองไปตามร้านสารเคมีขอซื้อ Dimethylcone หรือเรียกว่า PDMS มาผสมน้ำมันพืชกับ IPA ดูนะครับ ดูจากสูตรโครงสร้างที่ฉลากแล้วมันคือ dimethylcone ครับ เห็นราคาที่ร้านสารเคมีแล้วจะตะลึง....มันถูกมากกกกกกก
(แต่อย่าผสมเข้มนะครับเดี๋ยวงานเข้า หาสูตรกันเองเน้อ...ผมช่วงนี้ยังไม่ว่างทดลองให้ครับ อิอิ)

ความรู้ทั้งนั้น
ขอบคุณ อ.พสุ ครับ

ครั่ง ที่ว่าคือเจ้าตัวแดงๆที่เลี้ยงแล้วส่งขายไปญี่ปุ่นเยอะๆใช่มั๊ยครับ
ผมเพิ่งทราบว่ามันอาจนำมาทำพวกเรซินได้
คิดว่าทำเครื่องสำอางค์เป็นหลัก
พวกเชลแลก แลกเกอร์ทาไม้เป็นพวกนี้ครับ ทางเหนือนี่ส่งโรงงานทำแล็กเกอร์ครับ เป็นส่วนผสมสำคัญเลย
 

 

BirdSK

  • Plangchon Drift Team Thailand
  • TWCC Certified Trader
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 356
    กระทู้
  • เชียร์พลังชลดริฟท์ทีมกันด้วยนะครับ พี่น้อง
ได้ความรุ้เพียบ สุดยอดเบยแต่ละท่าน
 

 

BANK

  • - = เด็กขัดเคลือบ = -
  • **
  • 144
    กระทู้
  • 086-4104042
ตอนนี้ที่อู่ผมมีรถที่เข้ามาและสั่งใช้แลคเกอร์ตัวนี้แล้วครับ 1 คัน  เป็นสีดำสนิท ก่อนปีใหม่เดี๋ยวได้รู้กันว่าจะดีแค่ไหน
แล้วจะมารายงาน

ส่วนตัวในฐานะที่เป็นคนทำสีผมมองว่ามันก็คือแลคเกอร์รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมคุณภาพที่เหนือกว่าแลคเกอร์รุ่นเก่าๆ
โดยที่มีความคงทนต่อสารเคมีและมลพิษต่างๆมากว่า   กันรอยขีดข่วนได้มากว่า   และเงามากเงาทนกว่า อันนี้จริงแค่ไหน
ต้องพิสูจน์   แต่แลคเกอร์ก็คือแลคเกอร์  ยิ่งขัดยิ่งเงา  จะเคลือบแก้วทับเข้าไปอีกผมว่าก็ไม่แปลก เพราะ มันก็คือแลคเกอร์
รถ ที่มีคุณภาพสูงก็แค่นั้นเอง   ซึ่งแลคเกอร์แนวนี้ไม่ได้เพิ่งมี ยังมีของ PPG ซึ่งเค้าเรียกกันว่า เซรามิคเคลียร์  และ ของนกแก้ว
ก็ยังมี แต่ในวงการทำสีรถในไทยแค่รู้จักยังแทบไม่มี เพราะว่าแลคเกอร์พวกนี้ราคามันแพงมาก ตกแกลลอนละ 1 หมื่นกว่า จน
ถึงเกือบ 20000 บาท  ร้านขายสีขายไม่ออกเพราะแพงมากจึงไม่เอามาขายเลยไม่มีใครรู้จักนอกจากอู่หรือศูนย์ที่ดิวสินค้า
กับนิปปอนเพ้นโดยตรงก็จะรู้จักเพราะเซลล์แนะนำ

สรุปมันก็คือแลคเกอร์รถที่ทำให้สีรถมันแก้วได้ตั้งแต่พ่นออกมาเลย  ต่างจากแลคเกอร์ทั่วไปที่คุณภาพไม่ถึงแต่เจ้าของอยากแก้ว
จึงต้องเอาน้ำยาเคลือบแก้วไปเคลือบอีกที  เก็ตป่ะ :boy07:
 

 

maipoo

  • TWCC Certified Trader
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • ******
  • 2,153
    กระทู้
  • รถสีบรอนซ์เงิน ให้สวยอย่างรถสีดำเป็นไปได้ยาก
วันก่อนที่เชียงใหม่มีงานมอร์เตอร์อะไรสักอย่างนี่แหละ มีบริษัทหนึ่งมาโฆษณาลงเคลียร์โค๊ทใหม่ ผมเอากระป๋องมาดู ตัวน้ำยาระบุว่าเป็น n-butyl acetate งงเลย น้ำยาตัวนี้เป็นโซลเวนท์ครับ มันเป็นของเหลว ไม่ขึ้นรูปเป็นเคลียร์โค๊ทอ่ะ โครงสร้างทางเคมีไม่มีพันธะคู่ของคาร์บอนกับคาร์บอนด้วย ไม่มีหมู่ฟังก์ชั่นอิสระเลย ไม่สามารถเกิดเป็นพอลิเมอร์ได้

ผมเลยเข้าไปหาข้อมูลดูพบว่าตัวนี้เป็นตัวทำละลายสำหรับแล็กเกอร์ครับ แสดงว่าบริษัทเค้าไม่ยอมบอกว่าใช้ตัวแล็กเกอร์จริงๆเป็นสารอะไร แต่ทั่วๆไปแล็กเกอร์ที่นิยมใช้กันก็พวกไนโตรเซลลูโลสใช้ฝ้ายเป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์ อีกกลุ่มก็พวกสารสกัดจากครั่งเป็นพวกเรซิน และอีกพวกก็คือพอลีคาร์บอเนตจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ผมสนใจกลุ่มแชลแลกเรซินจากครั่งนี่แหละ ทางเหนือเยอะมาก กำลังว่าจะขอทุนวิจัยเรื่องครั่งพอดี ถ้านำมาผสมคาร์นัวบาร์เป็นแวกซ์จะเวิร์กไม๊เนี่ะ  :mon02:

อีกอย่างใครว่าราคาพวกเคลือบแก้วมันแพง ลองไปตามร้านสารเคมีขอซื้อ Dimethylcone หรือเรียกว่า PDMS มาผสมน้ำมันพืชกับ IPA ดูนะครับ ดูจากสูตรโครงสร้างที่ฉลากแล้วมันคือ dimethylcone ครับ เห็นราคาที่ร้านสารเคมีแล้วจะตะลึง....มันถูกมากกกกกกก
(แต่อย่าผสมเข้มนะครับเดี๋ยวงานเข้า หาสูตรกันเองเน้อ...ผมช่วงนี้ยังไม่ว่างทดลองให้ครับ อิอิ)

ความรู้ทั้งนั้น
ขอบคุณ อ.พสุ ครับ

ครั่ง ที่ว่าคือเจ้าตัวแดงๆที่เลี้ยงแล้วส่งขายไปญี่ปุ่นเยอะๆใช่มั๊ยครับ
ผมเพิ่งทราบว่ามันอาจนำมาทำพวกเรซินได้
คิดว่าทำเครื่องสำอางค์เป็นหลัก
พวกเชลแลก แลกเกอร์ทาไม้เป็นพวกนี้ครับ ทางเหนือนี่ส่งโรงงานทำแล็กเกอร์ครับ เป็นส่วนผสมสำคัญเลย

ขอบคุณครับ อ.พสุ ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน

ได้ความรุ้เพียบ สุดยอดเบยแต่ละท่าน

เห็นด้วยครับ

ตอนนี้ที่อู่ผมมีรถที่เข้ามาและสั่งใช้แลคเกอร์ตัวนี้แล้วครับ 1 คัน  เป็นสีดำสนิท ก่อนปีใหม่เดี๋ยวได้รู้กันว่าจะดีแค่ไหน
แล้วจะมารายงาน

ส่วนตัวในฐานะที่เป็นคนทำสีผมมองว่ามันก็คือแลคเกอร์รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาพร้อมคุณภาพที่เหนือกว่าแลคเกอร์รุ่นเก่าๆ
โดยที่มีความคงทนต่อสารเคมีและมลพิษต่างๆมากว่า   กันรอยขีดข่วนได้มากว่า   และเงามากเงาทนกว่า อันนี้จริงแค่ไหน
ต้องพิสูจน์   แต่แลคเกอร์ก็คือแลคเกอร์  ยิ่งขัดยิ่งเงา  จะเคลือบแก้วทับเข้าไปอีกผมว่าก็ไม่แปลก เพราะ มันก็คือแลคเกอร์
รถ ที่มีคุณภาพสูงก็แค่นั้นเอง   ซึ่งแลคเกอร์แนวนี้ไม่ได้เพิ่งมี ยังมีของ PPG ซึ่งเค้าเรียกกันว่า เซรามิคเคลียร์  และ ของนกแก้ว
ก็ยังมี แต่ในวงการทำสีรถในไทยแค่รู้จักยังแทบไม่มี เพราะว่าแลคเกอร์พวกนี้ราคามันแพงมาก ตกแกลลอนละ 1 หมื่นกว่า จน
ถึงเกือบ 20000 บาท  ร้านขายสีขายไม่ออกเพราะแพงมากจึงไม่เอามาขายเลยไม่มีใครรู้จักนอกจากอู่หรือศูนย์ที่ดิวสินค้า
กับนิปปอนเพ้นโดยตรงก็จะรู้จักเพราะเซลล์แนะนำ

สรุปมันก็คือแลคเกอร์รถที่ทำให้สีรถมันแก้วได้ตั้งแต่พ่นออกมาเลย  ต่างจากแลคเกอร์ทั่วไปที่คุณภาพไม่ถึงแต่เจ้าของอยากแก้ว
จึงต้องเอาน้ำยาเคลือบแก้วไปเคลือบอีกที  เก็ตป่ะ :boy07:

ได้เรื่องอย่างไรมาเล่าแจ้งแถลงไขให้ทราบด้วยครับ อยากรู้จริงๆว่ามันดีขนาดไหน

 

 

siamwax

  • Administrator
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • *
  • 1,045
    กระทู้
  • เกิด แก่ เจ็บ ตาย เรื่องธรรมดา
อ่านเพลินเลยครับกระทู้นี้ ได้รื้อความรู้เคมีมาใช้อีกรอบ
ขอบคุณครับ
 

Re: การพ่นแลคเกอร์เคลือบสีต่างจากเคลือบแก้วอย่างไร
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2017, 21:23:59 »
 

jinda5999

  • - = เด็กขัดเคลือบ = -
  • **
  • 251
    กระทู้
อ้างถึงกะทู้เก้าปี 2513ของคุณ maipoo....
 
ใครเลยได้ยินตัวแลคเกอร์ nax Crystal 9905 Mirror Image Clear 2:1 บ้างครับ
http://www.youtube.com/watch?v=Hrq0AgTfbzo

มันต่างจากการเคลือบแก้วอย่างไรครับ.....


ก่อนอื่นต้องเรียนว่าเลิกสนใจการขัดเคลือบแล้ว  เพราะทำอย่างไร  ใช้น้ำยาอะไร  จะเคลือบแว๊กซ์  เคลือบแก้วอย่างไร ความเงาวาวก็ไม่ได้อย่างใจ  มาปีนี้เผอิญอยากทำสีมอเตอร์ไซด้ฮอนด้าน PCX ใหม่ อยากได้สีแปลกๆมันแวบ ไปถามอู่พ่นโครเมี่ยม  พ่นสีแคนดี้ เขาคิด 9500 ไปถามอู่พ่นสีอยากได้ นกแก้ว ทั้งระบบ เขาคิด 15000 แต่พ่นเครียร์ให้สเตปเดียวแค่ 2 เที่ยว  อยากได้ดับเบิ้ลเครียร์เขาไม่ทำให้  เลยตัดสินใจไปเรียนถอดแพริ่ง(ตัวถัง)รถ  ไปเรียนขั้นตอนการทำสี ไปเรียนอุปกรณ์การทำสี และสีจากอาจารย์ ยูทูป  หมดเงินไปแล้วกับอุปกรณ์พอสมควรมากกว่าค่าทำสีทีอู่เขาเรียกมานิดหน่อย...ได้ลองพ่นเครียร์แล้ว  พ่นแบบลองผิดลองทุก พ่นแล้วไม่ดี ไม่เรียบขัดทิ้ง พ่นใหม่ 

ครั้งแรกใช้เครียร์ยูริเทน กระป๋องละ 300 ผลงานออกมากหนาดี  แต่ไม่ค่อยใส  สีออกเหลืองๆ ต้องขัดทิ้งออกทั้งหมด
 
ครั้งที่สองใช้เครียร์ 2 K ของนิปปอน nax 9600 ราคาแกลอลนละ 1500 ใช้กาพ่นสีพ่นแบบดับเบิ้ลเครียร์ คือพ่น 3 เที่ยว ทิ้งไว้ให้แห้งขัดผิวส้มออกแล้วพ่นทับอีก 3 เที่ยว ขัดผิวส้ม  ใช้ขัดยากานาขัดหยาบ  ใช้เมนเซน่า 4000 ขัดละเอียด   ฉีดแต่สปีดวิป ผลงานออกมามีมิติ มีความเงาฉ่ำ ไม่เป็นรองความเงาของแว๊กซ์ดังๆทั้งหลายในเวป

ครั้งที่สามพ่นชิ้นงานใหม่ใช้เครียร์ นกแก้ว 923-255 ราคาควอทละ 1700 ใช้กาพ่นสี พ่นแบบด้บเบิ้ลเครียร์ และใช้ชั้นตอนเหมือนเดิม   ผลงานดีกว่านิปปอน nax 9600 เล็กน้อย ความใสความเงาดีกว่านิดหน่อย  ไม่ต้องเคลือบแก้ว  ความใสความเงาก็ไม่เป็นรองเคลือบแก้วทุกยี่ห้อเหมือนกัน

ใจอยากลองเครียร์ของนิปปอน คริสตอล nax 9905 เหมือนกัน เผอิญวันนี้เพ่ิ่งไปถามราคาร้านสีให้เขาสั่งให้  เขาบอกว่าชุดละ 2600 ปริมาณเท่าเครียร์นกแก้ว  พรุ่งนี้ว่าจะไปสั่งให้เขาหามาให้  ต้องลองให้รู้ให้ได้ว่าดีอย่างไร แต่เคยดูในคลิปที่เขาทดลอง  เขาเอาสำลีชุบ น้ำมัน  E20 ให้ชุ่ม แล้ววางไว้บนสี เอาฝาปิดกันน้ำมันละเหยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที  เขาทดลองทั้งเครียร์ดังของยุโรป อเมริกา ที่เป็นซีลามิกเครียร์โค้ท  และเครียร์ทั่วไปปรากฏว่าเดี้ยงหมด  เครียร์หลุุดถึงเนื้อสี  ยกเว้น nax 9905 คนทดลองบอกว่า E20 กัดกร่อนเครียร์ได้ดีกว่าน้ำมันเบรค ฉะนั้นขอเตือนว่าอย่าไปทดลองกับเคลือบแก้ว เพราะไม่รู้ว่าเคลือบแก้วจะทนกัดกร่อนได้ดีกว่า ซีรามิกเครียร์โค้ทหรือเปล่า

ไม่เกิน 2 อาทิตยฺ์ทำเสร็จแล้วจะรายงานผลพร้อมรูปถ่ายมาให้ชม

แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา  ดูเหมือนว่าถ้าพิ้นฐานดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ต้องเหนื่อยไปแสวงหาน้ำยาเทวดาที่ไหนอีกแล้ว ใช้แค่แว๊กซ์ถูกๆ ผลงานก็ไม่น่าเป็นรองใคร

 

 

forceway

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 6
    กระทู้
สุดยอดค่ะ
 

 

tarosoi4

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 10
    กระทู้
รอชมครับ