You are Here:







ขอคำปรึกษาเรื่องเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง และเครื่องปั๊มลมค่ะ

ผู้เขียน (อ่าน 17327 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

 

jutatip

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 2
    กระทู้
อยากปรึกษาพี่ๆ  เรื่องสเป็คของเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง  ว่าเหมาะสมแล้วหรือยังกับการใช้งานของร้าน ระดับปริมานรถ 40คัน/วัน แล้ว ราคาตามสเป็คอยู่ที่ราคาเท่าไรค่ะ แล้วควรจะใช้สเป็คเท่าไรถึงเหมาะสมค่ะ แล้วก็ยี่ห้อ 
รายละเอียดข้างล่าง เป็นรายละเอียดคร่าวๆ อ่าค่ะ

แีรงดันน้ำ 150 BAR
Moter: Mitsubishi 5แรงม้า 1,450RPM/Min
ปั๊มน้ำ: Interpump (ไต้หวัน)
น้ำไหล: 12ลิตร/นาที
ไฟฟ้า: 380V
อุณหภูมิน้ำเข้า : 40องศา
 สเป็กนี้ ราคาอยู่ที่เท่าไรอ่าค่ะั แล้วก็อยากทราบราคาและก็ยี่ห้อที่พี่ๆ แนะนำให้ใช้ด้วยอ่าค่ะ (ต้องการมีไว้2เครื่อง)

ส่วนปั๊มลม ควรใช้ แบบไหนค่ะ :boy18:
 

 

jz69

  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 807
    กระทู้
เอาแบบทนๆดีทีเดียวจบแนะนำเป็น หัวปั๊ม interpump italy ไปเลยครับจีนอย่าไปเล่นเลย รุ่น w151 จับกับมอเตอร์ 5 แรงได้ 150 bars ถ้า 7 แรงก็แรงขึ้นไปอีกครับ ราคาอยู่ที่ 4-5 หมื่น (มอเตอร์ 5 แรงนะครับ) ถ้าจะหาไว้ใช้อีกตัวดูเป็นปั๊มพ่นตาเพชรก็ได้ แต่จริงๆ inter ตัวเดียวก็รับได้สบายๆครับ 40 คัน/วัน
 

 

PitStop78CW

  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
  • TWCC Certified Trader
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 357
    กระทู้
  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
ลงทุนที่แรกหรือเปล่า ถ้ายังไม่เคยทำมาก่อน จากประสบการณ์ อย่าลงทุนเยอะ ถ้าไปรอดค่อยเล่นของสูง

ผมหรอเปิดใหม่ๆ นี่เลยครับ เครื่องพ่นยา 6,000 บาท มอเตอร์แค่ 1 แรง ปริมาณรถ 40 คัน/วันเหมือนกัน ใช้เป็นปีไม่เห็นเป็นไร แป๊บเดียวคืนทุนแล้ว พอมีกำไรจะทำหรูแค่ไหน เครื่องแพงแค่ไหน ไม่มีใครว่า

อันนี้แนวคิดการลงทุนผมนะ ประหยัด คืนทุนเร็ว ในครั้งแรก อยู่รอดแล้วค่อยมาหรู

ถ้าลงแพงแต่ต้น ยังไม่รู้ร้านจะไปรอดหรือเปล่า ตอนเซ้งต่อ หรือขายของเก่ากิน ต้องมารอ เพราะเงินจมกับขอไปแล้ว :boy09:
 

 

pattaravit

  • TWCC Certified Trader
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • ******
  • 1,306
    กระทู้
เห็นด้วยกับการลงทุนแบบประหยัดครับ มันจะทำให้เราคืนทุนเร็วและสนุกกับการทำมันครับ ลงทุนไปเยอะกว่าจะคืนทุนระวังคนมันจะท้อซะก่อนครับ

ขอตอบจากประสบการณ์ของผมเองนะครับ

เรื่องปั้มน้ำนะครับ
ถ้าย้อนเวลาได้ผมจะไม่ใช้ปั้มแรงดันสูงครับ เพราะ ราคาแพงครับ น้ำเหมือนจะแรงนะตัวเลข 150-200 Bar แต่น้ำออกน้อย Flowแค่18-25l/minเองครับ (น้ำออกน้อยประหยัดน้ำจริงครับ แต่มันล้างดินช้า)
เสียทีซ่อมนานมากครับผมอยู่ต่างจังหวัดไม่มีช่างต้องส่งเข้ากรุงเทพ หรือถ้ารื้อเองได้อะไหล่ก็สั่งนานครับ

แนะนำปั้มพ่นยา 3 สูบครับเลือกรุ่นท่อน้ำเข้า 1นิ้ว มอเตอร์ 5แรง เลือกไฟ3เฟสนะครับ แรงดันน้ำ 30-50 Bar แต่น้ำออกเยอะมากครับ 100-110 l/minครับ ฉีดโคลนซุ้มล้อกระจุยครับ ถ้าเจอพวกกระบะยกสูงที่โคลนเต็มซุ้มล้อแทบหมุนไม่ได้ เจอตัวนี้เข้าไปกระจุยครับ เร็วกว่าปั้มแรงดันสูงอีกครับ ซ่อมก็ง่ายร้านอุปกรณ์เกษตรทั่วไปมีหมด ราคาอะไหล่ถูกมากครับ ซีลลูกสูบอันล่ะ 30 บาทครับ
ราคาค่าตัวก็ถูกครับ ปั้ม 8500 มอเตอร์ 8700 แท่น 2200 สายไฮดรอลิค2ชั้น 10 เมตร 3000 บาท ปืน 1000 บาท รวม 23,400 ครับ

ส่วนเรื่องปั้มลม
ตอนนี้ผมใช้ 3 สูบpuma มอเตอร์ 7 แรง สบายดีครับ ไม่ค่อยเสียเลยยังไม่มีข้อมูลครับ
 

 

PitStop78CW

  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
  • TWCC Certified Trader
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 357
    กระทู้
  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
ฮี่ฮี่ ผมเครื่องพ่นยา 3 สูบเหมือนกันเลย ท่อน้ำเข้า 1 นิ้วเหมือนกัน มอเตอร์จำผิด 2 แรง เห็นด้วยอย่างยิ่ง แค่ 2 แรง ก็เอาเศษดินหินอยู่นะ ของผมเหมารวมแล้วทั้งมอเตอร์ทั้งแท่น 8,500 นะ สายไฮโดรลิค ซื้อที่ร้านย้ำสายไฮโดรลิคทั่วไป 2 ชั้น เมตรละ 180 บาทเอง เอามาโมหาสายยางใสชนิดแข็งสวมทับเข้าไปอีกชั้นหนึ่งด้วย โครตทนครับขอบอก

เครื่องพ่นยา 8,500 บาท
สายไฮโดรลิค 10 เมตร 1,800 บาท
สายยางฉีดน้ำชนิดใส 10 เมตร 360 บาท
ปืน 500 บาท

รวม 11,160 บาท !!!!!

เท่านั้นจริงๆ เป็นปีแล้ว ไม่เห็นเป็นไร 30-40 คัน/วัน สบายๆ :mon18:

"ประหยัด คืนทุนเร็ว กำไรตั้งแต่เดือนแรกที่ลงทุน" คือแนวคิดการลงทุนของผม
 

 

jz69

  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 807
    กระทู้
เห็นด้วยครับเรื่องการลงทุนน้อยไว้ก่อน โดยเฉพาะกับผู้เริ่มต้น แต่เพิ่มเติมให้นิดนึงนะครับเรื่องปริมาณน้ำออกเนี่ยมันหมายถึงเรื่องอัตราการสิ้นเปลืองน้ำนะครับ ไม่ใช่น้ำออกมากแล้วล้างได้เร็วกว่านะครับ ถ้าเป็นปั๊มเกษตรจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมากกว่าปั๊มแรงดันสูงเช่น interpump แน่นอนครับ รวมถึงความแรงของน้ำที่ออกมาด้วยครับปั๊มเกษตรได้ 40-60 bar ปั๊มแรงดันสูงได้ 100 ขึ้น รวมถึงประหยัดน้ำกว่าแน่นอนครับและน่าจะล้างดินออกได้เร็วกว่าด้วยครับ(เพราะแรงกว่า) ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกเครื่องมือ/อุปกรณ์มันขึ้นอยู่กับลักษณะการลงทุนและการวางแผนการตลาดการกำหนดราคาด้วยครับ ถูกไว้น่ะดีแต่ถูกและดีไม่มีครับ
 

 

PitStop78CW

  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
  • TWCC Certified Trader
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 357
    กระทู้
  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
เห็นด้วยครับเรื่องการลงทุนน้อยไว้ก่อน โดยเฉพาะกับผู้เริ่มต้น แต่เพิ่มเติมให้นิดนึงนะครับเรื่องปริมาณน้ำออกเนี่ยมันหมายถึงเรื่องอัตราการสิ้นเปลืองน้ำนะครับ ไม่ใช่น้ำออกมากแล้วล้างได้เร็วกว่านะครับ ถ้าเป็นปั๊มเกษตรจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมากกว่าปั๊มแรงดันสูงเช่น interpump แน่นอนครับ รวมถึงความแรงของน้ำที่ออกมาด้วยครับปั๊มเกษตรได้ 40-60 bar ปั๊มแรงดันสูงได้ 100 ขึ้น รวมถึงประหยัดน้ำกว่าแน่นอนครับและน่าจะล้างดินออกได้เร็วกว่าด้วยครับ(เพราะแรงกว่า) ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกเครื่องมือ/อุปกรณ์มันขึ้นอยู่กับลักษณะการลงทุนและการวางแผนการตลาดการกำหนดราคาด้วยครับ ถูกไว้น่ะดีแต่ถูกและดีไม่มีครับ

ใช่แล้วครับ ที่ผมแนะนำคือสำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ เมื่อเห็นผลกำไรแน่นอนแล้วว่าเราอยู่ได้แน่ ค่อยเล่นของสูง ซึ่งตอนนั้นเราคุ้มทุนและเก็บกำไรไปแล้ว

แต่ผมว่า พอคนที่ใช้เครื่องพ่นยาและใช้มันจนชินแล้ว คงติดใจไม่เล่นของสูงล่ะ เพราะมันเพียงพอต่อการทำงานแล้ว (สำหรับบางคน ส่วนอีกคนก็อาจจะไม่พอสำหรับเขาก็ได้)

ถ้าให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนคำพูดของเหมาเจ๋อตุง "แมวไม่ว่าจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้เป็นพอ" เช่นกัน ลูกค้ามาล้างรถ เค้าไม่มาสนใจหรอกว่าคุณใช้ปั้มลมยี่ห้ออะไร ปั้มน้ำแรงดันกี่บาร์ เค้าสนแค่ว่าล้างรถเค้าสะอาดมั้ย รถเป็นรอยป่าว

แต่ยืนยันเหมือนกันว่า ของถูกและดี ไม่มี มีแต่ "ถูกและเพียงพอต่อการทำงาน"
 

 

jz69

  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 807
    กระทู้
อย่างที่คุณ PitStop78CW ว่าแหละครับ ผมเห็นด้วยครับ สำหรับผู้เริ่มต้น เริ่มทำ ยังไม่รู้ชะตาอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เลือกแบบเซพเงินลงทุนไว้ก่อน ดีครับ ถ้าต่อไปธุรกิจดีขึ้นค่อยขยับขยายเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมได้ครับ

แค่อยากจะบอกสำหรับท่านที่หาข้อมูลอยู่ครับ ว่าราคามันต่างกันมากครับ ปั๊มพ่นยากับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง มันใช้ล้างรถได้เหมือนกันและลูกค้าก็คงไม่มาดูว่ามันปั๊มอะไรแต่มันไม่เหมือนกันครับ ความแรงของน้ำ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำ ความคงทน ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ต่างกันมากครับ

เลือกอุปกรณ์ต้องให้เหมาะกับลักษณะร้านครับ ผมเปิดร้านครั้งแรก ทำร้านล้างอัดฉีดเอาปั๊มพ่นยาไปอัดฉีด โอ๊ย ฉีดกันตายครับ กะบะลุยมาแต่ละคัน ลูกน้องเครียด พอเปลี่ยนมาใช้ inter ฉีดเร็วขึ้นเยอะครับ ลูกค้าสไตล์ล้างอัดฉีด ชอบฉีดใต้ท้อง ชอบครับน้ำแรงๆ ลูกค้าเค้าดูนะครับ อันนี้ผมเจอมากับตัวเองเลย

อีกประเด็นครับ อุปกรณ์ที่ทนกว่าสามารถทำงานได้ต่อเนื่องครับ เช่นเลือกใช้ปั๊มน้ำปั๊มลมไม่เหมาะสมกับงานเวลามันพังแล้วเราไม่สามรถทำงานได้เนี่ย รู้สึกแน่นอนครับ

ผมเองอาจจะมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับปั๊มพ่นยาครับ พูดจากประสบการณ์ของตัวเอง แต่จริงๆแล้วมันใช้ล้างรถได้เหมือนกันแหละครับ
 

 

PitStop78CW

  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
  • TWCC Certified Trader
  • - = หัวหน้าฝ่าย = -
  • ***
  • 357
    กระทู้
  • ล้างเนี๊ยบ สะอาด ในราคาไม่แพง
เห็นด้วยครับ เครื่องพ่นยา+มอเตอร์ 2 แรง เจอรถโฟล์วีลขี้ดินแข็งกรักมานี่เหนื่อยเลยครับ แต่มันมีเทคนิคการฉีดนิดหน่อย ฮี่ฮี่ แต่ยังไงช้ากว่า Inter pump แน่นอนครับ สุดท้ายผลงานไม่แตกต่าง ในคนๆ คนเดียวกันนะ เพราะถ้าคนละคน ฝีมือไม่เท่ากัน ความสะอาดที่ได้ก็ต่างกัน

เคสหนักๆ โคลนหนักๆ นานๆ ถึงเจอทีเท่านั้นอ่ะครับ สำหรับร้านผมนะ :mon11:

ชวนพูดเรื่องอัดฉีด อยากแชร์ประสบการสำหรับผู้เริ่มต้นหรือที่กำลังศึกษานิดนึง

ผมเปิดร้านยังไม่ได้ทำแท่นยก หรือเนินลาดเพื่อล้างใต้ท้องรถแต่อย่างใด เครื่องฟอกเบาะพรมก็ยังไม่มี สาเหตุอย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว มือใหม่ ลงทุนน้อยไว้ก่อน คืนทุน หรือเห็นว่าทำกำไรได้แน่ๆ แล้ว ค่อยขยับขยายต่อ เจ้าของกิจการมือใหม่ส่วนมาก ไฟแรง ทฤษฎีเยอะ อยากทำอะไรให้มันเพอร์เฟค ครบหมดทุกอย่างแต่ต้น ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าธุรกิจมันจะไปได้รอดหรือเปล่า สุดท้ายต้นทุนจม กว่าจะเซ้ง ขายของเก่ากินได้แทบตาย

เปิดใหม่ๆ ผมจะเน้น ล้างดูด เคลือบ ขัด ล้างห้องเครื่อง ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะลูกค้าส่วนมากจะใช้บริการเหล่านี้

ส่วนอัดฉีด ล้างใต้ท้องรถ ผมจะดูสถิติจากลูกค้าที่ถามหา ถ้ามีเป็นจำนวนมากพอที่ให้ทุนในการซื้อเครื่องยก หรือก่อสร้างเนินลาด คืนทุนได้ไว ผมทำเลย แต่ร้านผมถามหาน้อยมาก ปัจจุบันจึงไม่ซื้อแท่นยก ทำเนินลาด

ฟอกเบาะ ก็เช่นกัน ผมดูสถิติจากลูกค้าก่อน เพราะเดี๋ยวนี้รถส่วนมากเป็นเบาะหนังกันแทบทั้งนั้น ซึ่งเบาะหนัง ฟอกมือได้สบายๆ ขอเพียงน้ำยาดี แปรงดี เบาะกำมะหยีลดน้อยลง ฟอกพรมมีพอสมควร ผมจึงมาคำนวณว่าถ้าลงทุนไป นานเท่าใดคุ้มทุน ถ้านานก็ยังไม่ทำ ปัจจุบันก็ยังไม่มีเครื่องฟอกพรม เพราะจำนวนลูกค้าที่ถามมันยังน้อยไป ทุนจมนานเกิน เอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นคุ้มกว่า

แต่ที่นอกความคาดหมายของผมคือ ลูกค้าบ่นเรื่องห้องพักเล็กไปหน่อย ขอใหญ่ๆ กว่านี้ ผมสามารถนำเงินทุนจมที่ไม่ได้ลงไปกับเนินลาดกับเครื่องฟอก มาลงทุนทำห้องพักให้ใหญ่ขึ้นได้ตามความต้องการลูกค้าส่วนมาก

นี่เป็นตัวอย่างนึงที่อยากแชร์ประสบการณ์ครับ สำหรับคนเงินทุนไม่เยอะอย่างผม
 

 

jz69

  • - = เจ้าของร้าน = -
  • *****
  • 807
    กระทู้
 :mon03: :mon03: :mon03:

 

 

Hukrajong

  • - = ผู้จัดการ = -
  • ****
  • 701
    กระทู้
  • www.Hukrajongcarcare.com
    • www.CrystalGlassCoating.com
ที่ร้านผมมีปั๊มพ่นยา3แรงอยู่1ตัวครับ ปัจจุบันเอาไว้สำรอง และล้างพื้นตอนเช้า สมบัติพ่อ :boy08:
 

 

Aek@9Goal Autobrite

  • ส่วนหนึ่งของรายได้..ผมเอาไปช่วยเหลือผู้ประสพภัยในสังคมครับ!!!
  • Moderator
  • - = ผู้เชี่ยวชาญ = -
  • *
  • 2,758
    กระทู้
  • อาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเขตชานธน นครปฐม008/ใต้4-57
เดี๋ยวนี้ขอจีน-ใต้หวัน พอใช้ได้ครับ ตอนนี้อะไหล่มีพร้อม ความคงทนดีทีเดียว แต่ต้องมีการแนะนำบ้าง  สนใจมั้ยครับ 150 บาร์ มอเตอร์ 5 แรงม้า ตัวละสองหมื่นกว่าบาท ซื้อได้สบาย 2 ตัว มีทั้งไฟ220และ 380 โวลต์ รับประกันให้ปี เสียมีสำรองให้ ใน กทมและใกล้เคียง  ปั้มลมพูม่า 3 แรง 260 ลิตร สามหมื่นกว่าบาทครับ 0816947393


ขออนุญาติแจ้งที่ในกระทู้นี้เลยนะครับ (ถ้าส่ง PM ไปเดี๋ยวสมาชิกใหม่ท่านอื่น
ที่อาจจะทำผิดกติกาของบอร์ด จะได้ปรับปรุงให้ถูกต้องกันด้วยในครั้งนี้เลย)
ถ้าท่านสมาชิกจะขายของกันในบอร์ดนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสมนะครับ
เพราะห้องนี้ไม่ใช่บอร์ดซิ้อ-ขายนะครับ เป็นบอร์ดแนะนำเกี่ยวกับคาร์แคร์
ขอเป็นแนวแนะนำ แลกเปลี่ยนให้ความรู้แก่สมาชิกน่าจะดีกว่าการเสนอขายครับ
ถ้าสนใจจะลงประกาศขายของ แนะนำให้ทำการลงทะเบียนให้ถูกกติกาบอร์ดด้วยคร้าบ
ด้วยความเคารพครับ
เอก ก้าวโกลท์
 

 

wittywitty

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 3
    กระทู้
http://www.europa.co.th/private_folder/new-update/sinsangung/vip-blu-promotion.jpg
รบกวนผู้รู้หน่อยครับ ถ้าเอาเครื่องนี้มาใช้ในคาร์แคร์ล้างรถวันละไม่เกิน10คัน จะเหมาะสมไหมครับ
 

 

Vancarcare

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 1
    กระทู้
  • Vancarcare
http://www.europa.co.th/private_folder/new-update/sinsangung/vip-blu-promotion.jpg
รบกวนผู้รู้หน่อยครับ ถ้าเอาเครื่องนี้มาใช้ในคาร์แคร์ล้างรถวันละไม่เกิน10คัน จะเหมาะสมไหมครับ
ตัวนี้ผมเพิ่งซื้อมาใช้ครับ
หาข้อมูลอยู่นานพอสมควร สุดท้ายก็จัดงบลงไปครับ ค่าตัว(ตอนที่ผมซื้อนะ)13500พร้อมอุปกรณ์
มีสายยาว8ม.+ปืมฉีด(ปืนสั้นนะครับ) แรงดันเคลมไว้ 130บาร์ แต่ดันแรงและใช้งานง่ายกว่าตัว 140 บาร์(ใต้หวัน)ตัวแรกที่ผมใช้
ตอนนี้ผมเลยใช้ทั้งสองตัวพร้อมกัน งานเร็วขึ้นเยอะครับ ตอนนี้รู้สึกว่าผมตัดสินใจไม่พลาดครับที่ซื้อปั๊มตัวนี้มาใช้
ถ้าร้านของคุณล้าง10คัน/วันตัวนี้เหลือๆครับ ร้านผม15-20คัน/วันสบายๆครับ ไม่มีอาการงอแงแต่อย่างใดครับ
ปั๊มฉีดตัวนี้เป็นตัวที่3แล้วครับที่ผมใช้ และดีที่สุดตั้งแต่ใช้มาเลยคับ..คือสายที่มาพร้อมเครื่องเป็นสายเล็กน้ำหนักเบา
คือเบามือกว่าการที่เราออกแรงบังคับสายไฮดรอลิกที่ขนาดใหญ่กว่าและมีความยืดหนุ่นน้อย. ผมใช้สายยางใสหุ้มสายของเดิมอีกที่
เท่านี้ก็พร้อมรับมือกับงานฉีดรถหรืออัดฉีด ปริมาณ 15-20คัน/วันแล้วละครับ(ประสบการณ์ตรงครับ) พนง.ที่ร้านชอบมากเพราะ
ใช้วานง่าย..คือน้ำหนักเบามือกว่าและแรงกว่าของเดิมครับ...
ผมชื่อแวนครับ ร้านแวนคาร์แคร์ อยู่จันทบุรีครับ..เปิดมาเข้าปีที่3แล้ว ยินดีแชร์ประสบการณ์ครับ
 

 

ตุ่มไทย

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 3
    กระทู้
เห็นด้วยครับ เครื่องพ่นยา+มอเตอร์ 2 แรง เจอรถโฟล์วีลขี้ดินแข็งกรักมานี่เหนื่อยเลยครับ แต่มันมีเทคนิคการฉีดนิดหน่อย ฮี่ฮี่ แต่ยังไงช้ากว่า Inter pump แน่นอนครับ สุดท้ายผลงานไม่แตกต่าง ในคนๆ คนเดียวกันนะ เพราะถ้าคนละคน ฝีมือไม่เท่ากัน ความสะอาดที่ได้ก็ต่างกัน

เคสหนักๆ โคลนหนักๆ นานๆ ถึงเจอทีเท่านั้นอ่ะครับ สำหรับร้านผมนะ :mon11:

ชวนพูดเรื่องอัดฉีด อยากแชร์ประสบการสำหรับผู้เริ่มต้นหรือที่กำลังศึกษานิดนึง

ผมเปิดร้านยังไม่ได้ทำแท่นยก หรือเนินลาดเพื่อล้างใต้ท้องรถแต่อย่างใด เครื่องฟอกเบาะพรมก็ยังไม่มี สาเหตุอย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว มือใหม่ ลงทุนน้อยไว้ก่อน คืนทุน หรือเห็นว่าทำกำไรได้แน่ๆ แล้ว ค่อยขยับขยายต่อ เจ้าของกิจการมือใหม่ส่วนมาก ไฟแรง ทฤษฎีเยอะ อยากทำอะไรให้มันเพอร์เฟค ครบหมดทุกอย่างแต่ต้น ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าธุรกิจมันจะไปได้รอดหรือเปล่า สุดท้ายต้นทุนจม กว่าจะเซ้ง ขายของเก่ากินได้แทบตาย

เปิดใหม่ๆ ผมจะเน้น ล้างดูด เคลือบ ขัด ล้างห้องเครื่อง ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะลูกค้าส่วนมากจะใช้บริการเหล่านี้

ส่วนอัดฉีด ล้างใต้ท้องรถ ผมจะดูสถิติจากลูกค้าที่ถามหา ถ้ามีเป็นจำนวนมากพอที่ให้ทุนในการซื้อเครื่องยก หรือก่อสร้างเนินลาด คืนทุนได้ไว ผมทำเลย แต่ร้านผมถามหาน้อยมาก ปัจจุบันจึงไม่ซื้อแท่นยก ทำเนินลาด

ฟอกเบาะ ก็เช่นกัน ผมดูสถิติจากลูกค้าก่อน เพราะเดี๋ยวนี้รถส่วนมากเป็นเบาะหนังกันแทบทั้งนั้น ซึ่งเบาะหนัง ฟอกมือได้สบายๆ ขอเพียงน้ำยาดี แปรงดี เบาะกำมะหยีลดน้อยลง ฟอกพรมมีพอสมควร ผมจึงมาคำนวณว่าถ้าลงทุนไป นานเท่าใดคุ้มทุน ถ้านานก็ยังไม่ทำ ปัจจุบันก็ยังไม่มีเครื่องฟอกพรม เพราะจำนวนลูกค้าที่ถามมันยังน้อยไป ทุนจมนานเกิน เอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นคุ้มกว่า

แต่ที่นอกความคาดหมายของผมคือ ลูกค้าบ่นเรื่องห้องพักเล็กไปหน่อย ขอใหญ่ๆ กว่านี้ ผมสามารถนำเงินทุนจมที่ไม่ได้ลงไปกับเนินลาดกับเครื่องฟอก มาลงทุนทำห้องพักให้ใหญ่ขึ้นได้ตามความต้องการลูกค้าส่วนมาก

นี่เป็นตัวอย่างนึงที่อยากแชร์ประสบการณ์ครับ สำหรับคนเงินทุนไม่เยอะอย่างผม

น่าสนใจดีนะครับ
อยากทราบงบลงทุนเบื้องต้นที่พี่ทำครับ
อุปกรณ์และพื้นที่ใช้งานครับ
 

 

Blackmoon

  • - = เด็กรับรถ = -

  • 3
    กระทู้
เห็นด้วยครับ เครื่องพ่นยา+มอเตอร์ 2 แรง เจอรถโฟล์วีลขี้ดินแข็งกรักมานี่เหนื่อยเลยครับ แต่มันมีเทคนิคการฉีดนิดหน่อย ฮี่ฮี่ แต่ยังไงช้ากว่า Inter pump แน่นอนครับ สุดท้ายผลงานไม่แตกต่าง ในคนๆ คนเดียวกันนะ เพราะถ้าคนละคน ฝีมือไม่เท่ากัน ความสะอาดที่ได้ก็ต่างกัน

เคสหนักๆ โคลนหนักๆ นานๆ ถึงเจอทีเท่านั้นอ่ะครับ สำหรับร้านผมนะ :mon11:

ชวนพูดเรื่องอัดฉีด อยากแชร์ประสบการสำหรับผู้เริ่มต้นหรือที่กำลังศึกษานิดนึง

ผมเปิดร้านยังไม่ได้ทำแท่นยก หรือเนินลาดเพื่อล้างใต้ท้องรถแต่อย่างใด เครื่องฟอกเบาะพรมก็ยังไม่มี สาเหตุอย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว มือใหม่ ลงทุนน้อยไว้ก่อน คืนทุน หรือเห็นว่าทำกำไรได้แน่ๆ แล้ว ค่อยขยับขยายต่อ เจ้าของกิจการมือใหม่ส่วนมาก ไฟแรง ทฤษฎีเยอะ อยากทำอะไรให้มันเพอร์เฟค ครบหมดทุกอย่างแต่ต้น ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าธุรกิจมันจะไปได้รอดหรือเปล่า สุดท้ายต้นทุนจม กว่าจะเซ้ง ขายของเก่ากินได้แทบตาย

เปิดใหม่ๆ ผมจะเน้น ล้างดูด เคลือบ ขัด ล้างห้องเครื่อง ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะลูกค้าส่วนมากจะใช้บริการเหล่านี้

ส่วนอัดฉีด ล้างใต้ท้องรถ ผมจะดูสถิติจากลูกค้าที่ถามหา ถ้ามีเป็นจำนวนมากพอที่ให้ทุนในการซื้อเครื่องยก หรือก่อสร้างเนินลาด คืนทุนได้ไว ผมทำเลย แต่ร้านผมถามหาน้อยมาก ปัจจุบันจึงไม่ซื้อแท่นยก ทำเนินลาด

ฟอกเบาะ ก็เช่นกัน ผมดูสถิติจากลูกค้าก่อน เพราะเดี๋ยวนี้รถส่วนมากเป็นเบาะหนังกันแทบทั้งนั้น ซึ่งเบาะหนัง ฟอกมือได้สบายๆ ขอเพียงน้ำยาดี แปรงดี เบาะกำมะหยีลดน้อยลง ฟอกพรมมีพอสมควร ผมจึงมาคำนวณว่าถ้าลงทุนไป นานเท่าใดคุ้มทุน ถ้านานก็ยังไม่ทำ ปัจจุบันก็ยังไม่มีเครื่องฟอกพรม เพราะจำนวนลูกค้าที่ถามมันยังน้อยไป ทุนจมนานเกิน เอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นคุ้มกว่า

แต่ที่นอกความคาดหมายของผมคือ ลูกค้าบ่นเรื่องห้องพักเล็กไปหน่อย ขอใหญ่ๆ กว่านี้ ผมสามารถนำเงินทุนจมที่ไม่ได้ลงไปกับเนินลาดกับเครื่องฟอก มาลงทุนทำห้องพักให้ใหญ่ขึ้นได้ตามความต้องการลูกค้าส่วนมาก

นี่เป็นตัวอย่างนึงที่อยากแชร์ประสบการณ์ครับ สำหรับคนเงินทุนไม่เยอะอย่างผม